CƯỚI HỎI

[Update] รายชื่อ 20 หนังฟอร์มยักษ์น่าดูปี 2021 ที่คุณไม่ควรพลาด! | บ้าน จิ ม ทอม ป์ สัน แต่งงาน – Sambeauty

บ้าน จิ ม ทอม ป์ สัน แต่งงาน: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

     ปี 2020 ที่โลกต้องเผชิญหน้ากับโคโรนาไวรัส เป็นปีที่เลวร้ายของวงการบันเทิง คอนเสิร์ตถูกห้ามจัด โรงภาพยนตร์มีทั้งปิดบริการ และเปิดฉายแต่ก็จำกัดที่นั่ง จนหนังใหญ่ๆ มากมายต้องเลื่อนฉายด้วยความยากจะเก็บรายได้ให้คุ้มทุนสร้าง โดยโยกมาเป็นปีนี้ ถึงกระนั้นก็ยังไม่ชัวร์ว่าโปรแกรมเด็ดๆ เรื่องต่างๆ จะย้ายวันอีกไหม เมื่อโควิด-19 ยังแร๊ง… อย่างที่เห็น แต่ถ้าไม่ นี่คือหนังที่ไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้ชมในโรงภาพยนตร์

     หมายเหตุ: ภาพยนตร์บางเรื่อง ยังไม่มีภาพยนตร์ตัวอย่างให้รับชม

Nội dung bài viết

The Beatles: Get Back “สี่เต่าทองในมือของผู้กำกับ The Lord of the Rings”

     หลังงานมหากาพย์อย่าง The Lord of the Rings และ the Hobbits ปีเตอร์ แจ็คสัน ดูกำลังสนุกกับงานสารคดี หลังความสำเร็จของ They Shall Not Grow Old หนังสารคดีสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาจะพาไปพบชีวิตในวันท้ายๆ ของ The Beatles ที่มีฟุตเตจในช่วงปี 1969 ของวง ซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนให้ชมกันเต็มอิ่ม และแน่นอนฉากแสดงดนตรีบนดาดฟ้าบริษัทแอปเปิล คอร์ปส์

     ไม่ควรพลาดเพราะ: ริงโก สตาร์ร์ บอกว่า เป็นหนังที่ “นำเสนอภาพจุดจบของเดอะ บีเทิลส์ ได้ ‘จริง’ กว่า หนัง Let It Be เมื่อปี 1970”

 

Black Widow “จากตัวละครสมทบ ที่ได้นำเดี่ยวขึ้นจอครั้งแรก”

     ถึงจะเป็นตัวละครสมทบ แต่นาทาชา โรมานอฟก็กลายเป็นที่จดจำทุกครั้งที่ขึ้นจอ ซึ่งก็ต้องให้เครดิตกับการแสดงของสคาร์เล็ทท์ โยแฮนส์สันด้วย และกับหนังนำเดี่ยวเรื่องแรก เราจะได้รู้ความเป็นมาของเธอก่อนเป็นหนึ่งในทีมอเวนเจอร์ โดยเรื่องราวจะเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ใน Captain America: Civil War ที่นอกจากโยแฮนส์สัน ยังมีสาวเก่งรุ่นเก๋า – ราเชล ไวสซ์ และรุ่นใหม่ – ฟลอเรนซ์ พิวจ์ ร่วมจอ

     ไม่ควรพลาดเพราะ: นี่คือหนังเรื่องแรกของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลเฟสที่สี่

 

Candyman “การกลับมาของนักล่ามือตะขอ”

     เป็น ‘ภาคต่อทางจิตวิญญาณ’ กับหนังต้นฉบับที่เป็นงานสยองคลาสสิกของยุค ‘90s ที่ว่าด้วยฆาตกรในโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่ชิคาโก โดยเล่าเรื่องต่อจากที่ทิ้งเอาไว้ ในหนังปี 1992 จากโครงการบ้านจัดสรรกลายมาเป็นคอนโด ที่ศิลปินซึ่งเคยถูกหลอนโดยเจ้าแคนดีแมนย้ายเข้ามา เขาก็พบว่าเจ้านักฆ่ามือตะขอยังไม่หายไปไหน

     ไม่ควรพลาดเพราะ: ผู้กำกับ – เนีย ดาคอสตา ชื่ออาจจะยังไม่คุ้นหู แต่กับผู้อำนวยการสร้างและร่วมเขียนบทชื่อ จอร์แดน พีล ชื่อนี้ขายได้ จากงานที่ทำให้นั่งไม่ติดเบาะมาแล้วอย่าง Get Out และ Us

 

The Conjuring: The Devil Made Me Do It “ล่าท้าผี ที่ไม่มีเจมส์ วาน”

     หนังเรื่องที่สามของ The Conjuring แต่เป็นหนังเรื่องที่ 8 ในจักรวาลนักล่าท้าผี ที่ยังคงวนเวียนอยู่กับสองผัวเมียวอร์เรน – เอ็ดกับลอร์เรน ซึ่งแพทริค วิลสันกับเวรา ฟาร์มิกายังมารับบทเดิม หนนี้จะเป็นเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นจริงของ อาร์น เชเยนน์ จอห์นสัน ที่แย้งข้อหาฆาตกรรมด้วยการบอกว่า ขณะก่อเหตุเขาอยู่สภาพถูกสิง!!!

     ไม่ควรพลาดเพราะ: เป็นครั้งแรกที่เจมส์ วาน ไม่กำกับ และไปอยู่ในสถานะยานแม่ โดยไมเคิล ชาเวส ที่ทำ The Curse Of La Llorona ได้หลอนเอาเรื่องทำหน้าที่แทน ซึ่งน่าสนใจมากว่าเขาจะเอาอยู่ไหม

 

Cruella “ตัวร้ายจากการ์ตูนดิสนีย์ ที่กลายมาเป็นตัวเอก”

     ติดลมบนได้ตังค์จาก Maleficent ดิสนีย์เลยหยิบครูเอลลา เดอวิลล์ ตัวร้ายคลาสสิคอีกรายมาทำหนัง ให้เอ็มมา สโตนมาเล่นเป็นนาง (เอก) ร้ายเจ้าของชื่อเรื่อง เรื่องราวก็ขุดคุ้ยถึงความเป็นมาในชีวิต ที่ทำให้ตัวละครรายนี้เป็นอย่างที่เห็นใน 101 Dalmatians โดยมีเอ็มมา ธอมป์สันร่วมแสดง

     ไม่ควรพลาดเพราะ: ผู้กำกับคือ เครก จิลเลสพี ที่ทำให้เอ็มมาได้ชิงออสการ์จาก I, Tonya และเล่าเรื่องได้ ‘มันส์’ มาก แล้วกับความเปรี้ยวของครูเอลลา เขาน่าจะทำให้เธอ ‘แสบ’ และ ‘แซ่บ’ กว่าที่เคย

 

Dune “มหากาพย์ไซ-ไฟ ในมือผู้กำกับมากวิสัยทัศน์”

     ด้วยเครดิตจากงานไซ-ไฟอย่าง Arrival และ Blade Runner 2049 การจับ Dune นวนิยายมหากาพย์ไซ-ไฟของแฟรงค์ เฮอร์เบิร์ท มาทำของเดนิส วิลล์เนิฟว์ ดูน่าจะได้คนที่ใช่กับงานที่ถูก เรื่องว่าใหญ่แล้ว ทีมนักแสดงก็ไม่แพ้กันมีทิโมธี ชาลาเมท์รับบทนำ ร่วมด้วยเซนดายา, ออสการ์ ไอแซ็ค, จอช โบรลิน และเจสัน โมมัว 

READ  [Update] และ สคริปต์งานแต่งงาน จากประสบการณ์จริง ได้ที่.... | แหวน แต่ง - Sambeauty

     ไม่ควรพลาดเพราะ: หนังถูกวางไว้เป็นต้นทาง ที่จะมีภาคต่อ และแตกหน่อไปเป็นซีรีส์ บวกความเป็นนิยายคลาสสิค แม้จะถูกทำมาหลายรอบแบบไม่ค่อยเวิร์ค หนนี้ในมือวิลล์นีฟว์น่าจะออกมาดีสักที

 

Deep Water “ผู้กำกับจากยุค ‘80s ที่กลับมาพร้อมนิยายของผู้เขียน The Talented Mr. Ripley”

     คู่สามี-ภรรยาที่ความรักเหี่ยวเฉา ฝ่ายชายทำหูหนวกตาบอดต่อการนอกใจของภรรยา เพราะไม่อยากหย่า แต่พอฝ่ายหนึ่งหาทางเขี่ยอีกฝ่าย มันก็เกิด ‘สปาร์ค จอย’ ขึ้นมา เบน อัฟเฟล็คกัอะนา เดอะ อาร์มาส มาเล่นผัวเมียคู่นี้ที่คงสปาร์คแรงไไม่น้อย จนเป็นข่าวตามสื่อเมาท์มอยระหว่างถ่ายทำ

     ไม่ควรพลาดเพราะ: นักแสดงร้อนทั้งหน้ากล้องหลังกล้อง หนังยังสร้างจากนิยายของผู้ประพันธ์ The Talented Mr. Ripley และ Carol แถมเป็นงานกำกับเรื่องแรกของแอเดรียน ลีน เจ้าของเครดิตในหนังร้อนๆ อย่าง Fatal Attraction, Indecent Proposal, Lolita และ Unfaithful

 

The Eternals “หนังซูเปอร์ฮีโร ในมือผู้กำกับหนังล่ารางวัล”

     งานส่งจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลไปสู่ยุคใหม่ ตัวเอกเป็นพวกชีวิตเกือบอมตะ เป็นเผ่าพันธ์ยอดมนุษย์ยุคโบราณ ถูกสร้างขึ้นเมื่อล้านๆ ปีก่อน และซ่อนตัวในโลกเป็นพันๆ ปี มีเดอะ ดิเวียนท์ เป็นตัวร้ายสุดแสบที่เปรียบได้กับธานอสคนใหม่ พวกเขามีหน้าตาอย่าง แอนเจลีนา โจลี, เจ็มมา ชาน, ริชาร์ด แม็ดเดน, แบร์รี โคแกห์น, คูเมล นานจิอานิ

     ไม่ควรพลาดเพราะ: หนังกำกับโดย โคลอี เจ้า ผู้กำกับหนังล่ารางวัลเรื่องสำคัญของปี Nomadland ที่บางทีในตอนออกฉาย หนังอาจได้ชื่อว่าเป็นผลงานของผู้กำกับออสการ์ก็เป็นได้

 

Fast and Furious 9 “ศึกสายเลือด ตระกูลซิ่ง”

     จากหนังอาชญากรรมรถซิ่ง หนังมาไกลมาก เพราะกลายเป็นหนังขบวนการสายลับ ฉากแอ็คชัน ภารกิจก็อลังการเกินความเป็นมนุษย์ ในเรื่องนี้ จู่ๆ ดอมของวิน ดีเซล ก็มีน้องชาย (จอห์น ซีนา) ที่หนังตอนก่อนๆ ไม่เคยแย้มเลยว่ามี แถมฮาน (ซุน กัง) ที่ตายไปเห็นๆ ในตอน Tokyo Drift ก็โผล่มาเฉย หนังได้จัสติน ลิน ที่สร้างทิศทางใหม่ให้หนังชุดนี้กลับมากำกับ และลากยาวไปถึงภาคสุดท้าย

     ไม่ควรพลาดเพราะ: นอกจากน้องชายที่ไม่รู้มาจากไหน คนที่ชัดว่าตายแต่กลับมา หนังต้องมีเซอร์ไพรส์แบบเป็นไปได้ไงหว่าซุกไว้อีกแน่ และต้องโผล่มาแบบเอามันส์กันเต็มที่แน่ๆ

 

Ghostbusters: Afterlife “ขบวนการกำจัดผี ฉบับอัพเดท ของแท้”

     ลืม Ghostbusters หญิงล้วนไปซะ เพราะเจ้าเก่าของแท้มาแล้ว กับปฏิบัติการล่าผีที่เมืองเล็กๆ ในโอคลาโฮมา ซึ่งนักแสดงต้นฉบับที่ยังมีลมหายใจ บิลล์ เมอร์เรย์, แดน แอครอยด์ และเออร์นี ฮัดสันกลับมาครบ พร้อมหน้าใหม่ แคร์รี คูน, ฟินน์ โว​ล์ฟฮ​าร์ด, แม็คเคนนา เกรซ และพอล รัดด์ มาร่วมเสริมทีม มีเจสัน ไรท์แมนลูกชายผู้กำกับฉบับออริจินัลมากุมบังเหียน

     ไม่ควรพลาดเพราะ: จากการล่าผีในเมืองกรุง หนนี้จะว่ากันที่บ้านนอก ที่บรรยากาศชวนทำให้นึกถึง Stranger Things โดยเฉพาะการวางตัวละครรุ่นใหม่ๆ เอาไว้ด้วย

 

In the Heights “หนังเพลง ที่มีดีมากกว่าแค่เพลงดีๆ แต่ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจ”

     ลิน-มานูเอล มิแรนดา เป็นที่รู้จักจากละครเพลง Hamilton แต่เขามีผลงานมาก่อนหน้าแล้ว และ In the Heights ก็คือหนึ่งในจำนวนนั้น กับเรื่องราวของชนชั้นแรงงานหลายเชื้อชาติในละแวกที่เขาเติบโต ที่มีทั้งเรื่องช่องว่างระหว่างวัย, ความแตกต่างทางวัฒนธรรม, พวกผู้อพยพ และความรัก ทำให้หนังมีมิติหลากหลาย ตัวเพลงก็เช่นกัน มีแร็ป, มีซัลซา ที่มาทั้งแบบเดี่ยวๆ และผสมผสาน

     ไม่ควรพลาดเพราะ: จอน เอ็ม. ชูคือผู้กำกับที่คุ้นมือกับหนังเพลงดี จากผลงานอย่าง หนัง Step Up 2-3, หนังสารคดีคอนเสิร์ตของจัสติน บีเบอร์

 

The King’s Man “เรื่องเล่าย้อนอดีตของสุภาพบุรุษสายลับ”

     มาถึงเรื่องที่สามของเหล่าสายลับคิงส์แมน หนังจะพาย้อนกลับไปหาจุดกำเนิดและความเป็นมาขององค์กรสุภาพบุรุษสายลับข้ามชาติ ที่พาไปไกลถึงต้นยุค 1900s ช่วงเวลาที่อาชญากรที่เลวร้ายที่สุด กับเผด็จการที่เหี้ยมโหดที่สุดจับมือกัน เพื่อก่อให้เกิดสงคราม ที่จะหยุดทุกสงครามที่มี ซึ่งจะทำให้ผู้คนนับล้านเสียชีวิต

     ไม่ควรพลาดเพราะ: มันสมองของหนัง Kingsman สองเรื่องแรก แม็ทธิว วอห์นยังไม่ไปไหน ขณะที่นักแสดงก็ได้เรล์ฟ ไฟนส์ มานำทีม ส่วนตัวร้ายก็คือ รัสปูติน ที่รับบทโดยรีห์ส ไอแฟนส์

 

King Richard “เบื้องหลังความสำเร็จของพี่น้องตระกูลวิลเลียมส์”

     การเดินทางสู่ความสำเร็จของสองพี่น้องวีนัสและเซเรนา วิลเลียมส์ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อทั้งคู่เป็นนักเทนนิสระดับสูงได้ยาวนานหลายปี และนี่คือเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของทั้งคู่ ซึ่งมีริชาร์ด วิลเลียมส์ ผู้พ่อเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ ที่วางเป้าหมายให้ลูกๆ เป็นนักเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการเป็นนักเทนนิสระดับโลกเลย

     ไม่ควรพลาดเพราะ: พล็อตเรื่องนี่คืองานหวังรางวัลแน่ๆ และบางทีอาจถึงเวลาของวิลล์ สมิธ ที่มาเล่นเป็นริชาร์ดสักที

 

The Last Duel “อีกเรื่องเล่าจากประวัติศาสตร์ โดยผู้กำกับริดลีย์ สก็อตต์”

     ไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์กับริดลีย์ สก็อทท์กันอีกครั้ง หนนี้เป็นหนังเรื่องที่สองที่เกี่ยวกับการดวล โดยจะเกาะติดชีวิตในศตวรรษที่ 14 ของอัศวิน ฌอง เดอ คาร์รูจส์ (แม็ทท์ เดมอน) กับฌาคส์ เลอ กรีส์ (อดัม ไดรเวอร์) ผู้ติดตาม ที่ถูกสั่งให้สู้กันจนตายตามคำสั่งของพระเจ้าชาร์ลส์ที่หก (เบน อัฟเฟล็ค) หลังคาร์รูจส์กล่าวหาว่าเลอ กรีส์ ข่มขืนมาร์เกริต (โจดี คอเมอร์) ภรรยาของเขา

     ไม่ควรพลาด: ทุกครั้งที่สก็อทท์เปิดสอนประวัติศาสตร์ ต่อให้ไม่ใช่งานที่ประสบความสำเร็จ แต่แย้งไม่ได้เลยว่า ไม่ใช่งานที่ดี Gladiator, Kingdom of Heaven เป็นตัวอย่างที่ดี

 

Last Night in Soho “งานย้อนเวลา ที่มาพร้อมบรรยากาศแปลกๆ”

     ในสื่อต่างๆ ระบุว่านี่คืองาน ‘ย้อนเวลา/ สยองขวัญ/ จิตวิทยา’ ที่รู้สึกว่าหนังมีอะไรซุกซ่อนมากกว่าที่เห็นแน่ๆ กับเรื่องของนักออกแบบเสื้อผ้าสาว ที่ย้อนเวลาไปหานักร้องเจ้าเสน่ห์ขวัญใจของเธอถึงยุค ‘60s ที่ทำให้เกิดผลร้ายตามมาอีกหลายอย่าง

     ไม่ควรพลาดเพราะ: เอ็ดการ์ ไรท์ ผู้กำกับบอกว่า “ผมชอบหนังที่ค่อยๆ เผาหัว แล้วกลายเป็นอย่างอื่นที่ต่างไปจากตอนแรก และหนังหลายๆ เรื่องของผมก็เป็นแบบนั้น” นึกถึงสถานการณ์พลิกผัน กับเหตุการณ์หักมุมไว้ได้เลย

 

The Many Saints of Newark “ตอนก่อนของซีรีส์ฮิตเมื่อ 13 ปีก่อน เรื่อง The Sopranos”

     งานกำกับสองเรื่องหลังของอลัน เทย์เลอร์ Thor: The Dark World และ Terminator: Genisys ออกมาดูไม่ดี แต่เรื่องการขึ้นมาใหญ่ในแวดวงมาเฟียของโทนี โซปราโน ช่วงยุค 60s ไม่น่าจะแย่ เมื่อเขาเคยกำกับซีรีส์ The Sopranos เกือบ 10 ตอน แล้วเดวิด เชสผู้ให้กำเนิดซีรีส์ชุดนี้ก็มาเขียนบท โดยไมเคิล แกนดอลฟินี จะรับบทโทนีวัยหนุ่ม ซึ่งเจมส์ – พ่อผู้จากไปของเขาเล่นไว้ในฉบับทีวี

     ไม่ควรพลาดเพราะ: ต้นทางคือ ซีรีส์แกงสเตอร์คลาสสิก ระดับ The Godfather ฉบับโทรทัศน์

 

The Matrix 4 “ในโลกของเดอะ เมทริกซ์ ที่อาจไม่มีอะไรเหมือนเดิม”

     พี่น้องวอโชว์สกีเคยบอกว่า เรื่องราวของ The Matrix จบแล้วตั้งแต่ Matrix: Revolutions แต่พอมีข่าวว่าวอร์เนอร์จะทำหนังภาคสี่ โดยไม่ผ่านการตัดสินใจของพวกเขา ลานา วอโชว์สกีเลยต้องกลับมาเขียนบท-กำกับ, คีอานู รีฟส์, แคร์รี-แอนน์ มอสส์, จาดา พินเค็ทท์ สมิธมารับบทเดิมครบ แล้วเติม นีล แพทริค -แฮร์ริส, ยาห์ยา อับดุล-มาทีนที่สาม และโจนาธาน กรอฟฟ์ เข้ามา

     ไม่ควรพลาดเพราะ: รีฟส์บอกว่า “ลานาเขียนบทที่สวยงามและเรื่องราวก็มหัศจรรย์มากๆ ซึ่งมันติดอยู่ในความรู้สึกของผม ตัวเรื่องที่เล่าออกมา มีบางอย่างที่มีความหมายๆ”

 

READ  [NEW] Apex Legends ranked: ranks, splits, and Season 11 scoring explained | apex legends twitter - Sambeauty

Mission: Impossible 7 “ภารกิจที่ไม่มีทางทำสำเร็จครั้งที่ 7 ของอีธาน ฮันท์”

     พล็อตเก็บเงียบตามฟอร์ม แต่ที่แน่ๆ หนังตะลอนถ่ายไปทั่ว นอร์เวย์, อิตาลี, สหราชอาณาจักร โดยผู้กำกับคริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รี กลับมาทำหน้าที่เดิมเป็นหนที่สามและถ่ายทำต่อเนื่องกับหนังเรื่องที่ 8 ทอม ครูซ (ต้อง) กลับมาเป็นอีธาน ฮันท์, วิง ราห์มส์, ไซมอน เพ็กก์, วาเนสซา เคอร์บี ก็มา ส่วนหน้าใหม่มีเฮย์ลีย์​ แอ็ทเวลล์, พอม เคลเมนทีฟฟ์, เชีย วิงแฮม และอีซาย มอราเลส

     ไม่ควรพลาดเพราะ: แม็คควอร์รีทำให้หนังสองเรื่องก่อนกลับมามีชีวิตชีวาได้ และครั้งนี้ที่เรื่องสานต่อกันยาวๆ น่าจะเข้มข้นมากขึ้น แล้วฉากเสี่ยงตายไม่ให้ใครแสดงแทนของครูส ก็ต้อง ‘ดุ’ กว่าเดิม

 

Morbius “จากโจกเกอร์ผู้ถูกลืมของดีซี สู่แวมไพร์ในโลกของมาร์เวล”

     เป็นโจกเกอร์ที่ไม่ได้รับการจดจำสักเท่าไหร่ แต่กับการย้ายฝั่งมารับบทตัวละครแบบแอนตี-ฮีโร ในหนังตอนแยกของไอ้แมงมุมครั้งนี้ น่าจะสร้างชื่อให้จาเร็ด เลโต มากกว่า หนุ่มตาสวยของสาวๆ เล่นเป็นนักชีวเคมีรางวัลโนเบล ที่หาทางรักษาการติดเชื้อในเลือดด้วยการทดลองใช้คลื่นไฟฟ้าและค้างคาวดูดเลือด จนร่างกายของเขาเปลี่ยนไป

     ไม่ควรพลาดเพราะ: หนังอยู่ในจักรวาลเดียวกันกับ Venom ที่อาจจะสานต่อเรื่องราวกับไอ้แมงมุม กลายเป็นอีกหนึ่งจักรวาลภาพยนตร์ที่เรื่องราวเกี่ยวโยงกัน

 

Mortal Kombat “อีกครั้งกับหนังที่สร้างจากเกมการต่อสู้”

     หนึ่งในวิดีโอเกมที่ฮิตที่สุด ซึ่งเคยขึ้นจอมาแล้วโดยผู้กำกับพอล ดับเบิลยูเอส. แอนเดอร์สัน (ผู้กำกับ Resident Evil หนังที่สร้างจากเกมอีกเรื่อง) ที่หนนี้น่าจะทำได้แตกต่าง เมื่ออยู่ในมือของเจมส์ วาน ที่มานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการสร้าง ขณะที่ผู้กำกับก็คือมือรางวัลจากหนังโฆษณา ไซมอน แม็ควอยด์ หนังมีนักแสดงจาก The Raid โจ ทาสลิม และจาก Supergirl เมห์แค็ด บรูดส์ รับบทนำ

     ไม่ควรพลาดเพราะ: หนังไม่น่าออกมามุ้งมิ้ง โดยเฉพาะเมื่อผู้กำกับการันตีมาแล้วว่า ‘ความตาย’ ที่น่าอับอายในเกม จะถูกนำเสนอในหนังแน่นอน

 

No Time To Die “หนังบอนด์เรื่องสุดท้ายของแดเนียล เครก”

     เลื่อนฉายสองรอบ เพราะถึงไม่มีเวลาตาย แต่บอนด์ก็กลัวโควิด-19 เหมือนกัน นอกจากเป็นงานทิ้งทวนของเครก บอนด์เองก็ทำภารกิจสั่งลาเหมือนกัน ตามคำขอของเพื่อนซีไอเอ – เฟลิกซ์ ไลเทอร์ หนังมีคนเบื้องหลังเป็นสายรางวัล ทั้งผู้กำกับแครี โจจิ ฟูกูนากะ จาก Beasts of No Nation และมินิ-ซีรีส์ True Detective ทั้งผู้เขียนบท ฟีบี วอลเลอร์-บริดจ์ จากซีรีส์ Fleabag

     ไม่ควรพลาดเพราะ: บอนด์หนสุดท้ายของเครก ที่ได้ทำงานกับทีมงานสายหนังอาร์ท งานอินดี มาดูกันว่าพวกเขาจะปั้นหนังมหาชนเรื่องนี้ออกมาแบบไหน

 

A Quiet Place Part II “เมื่อความเงียบที่ระทึกขวัญที่สุดกลับมาหลอกหลอน”

     หนังภาคแรกทำเอาผู้ชมไม่กล้ากินป็อปคอร์นในโรงภาพยนตร์กันเลย กลับมาครั้งนี้จอห์น คราซินสกี ยังคงรับหน้าที่กำกับ-เขียนบท แต่ไม่น่าจะกลับมาในฐานะนักแสดง เรื่องราวยังคงมีศูนย์กลางเป็นครอบครัวที่รอดตายจากสัตว์ประหลาดที่ล่าด้วยการฟังเสียง ซึ่งหนนี้มีภาระเพิ่มขึ้นเมื่อมีทารกน้อยเพิ่งคลอดอยู่ในการดูแล ซึ่งน่าจะเพิ่มเติมความระทึกได้มากกว่าเดิม

     ไม่ควรพลาดเพราะ: แม้จะไม่รู้รายละเอียดของพล็อตมากนัก แต่จากตัวอย่าง เราจะได้เห็นผู้รอดชีวิต ‘กลุ่ม’ ใหม่ และอาจจะได้รับรู้ที่มาของสัตว์ประหลาด

 

Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings “ซูเปอร์ฮีโรเอเชีย ในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล”

     หนังซูเปอร์ฮีโรเอเชียเรื่องแรกในจักรวาลมาร์เวล ที่ขนนักแสดงเอเชียมาขึ้นจอเพียบ ซิมู หลิว นักแสดงจีน/ แคนาดา รับบทฉาง-ฉี ปรมาจารย์หมัดมวยที่ต้องต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรมที่ชื่อ 10 เหรียญ, มีอาส์ควอฟินา, มีมิเชลล์ โหย่ว และเหลียงเฉาเหว่ย ที่มาเล่นหนังฮอลลีวูดเรื่องแรก  ด้วยการเป็นตัวร้ายที่ชื่อแมนดาริน ซึ่งเคยมีตัวปลอมปรากฏตัวใน Iron Man 3 มาแล้ว

     ไม่ควรพลาดเพราะ: ถึงจะเพิ่งมา แต่เรื่องก็เกี่ยวพันกับจักรวาลมาร์เวลอยู่ก่อนแล้ว นอกจากแมนดาริน  องค์กร 10 เหรียญก็คือพวกที่จับโทนี สตาร์คใน Iron Man และน่าจะมีอะไรต่อๆ ไปอีกเยอะ

 

Untitled Spider-Man Sequel “ไอ้แมงมุมทอม ฮอลแลนด์เรื่องที่สาม ที่ยังไร้ชื่อ”

     ปล่อยข่าวมาแต่ละที ทำเอาแฟนๆ ถึงกับซี้ดปาก เพราะอาจหมายถึงการเล่าเรื่องแบบที่ได้เห็นไอ้แมงมุมจากมิติต่างๆ มาเจอกัน เพราะที่ประกาศนักแสดงมาแต่ละราย เมื่อมีทั้งอัลเฟร็ด โมลีนา – ไอ้ปลาหมึกของหนังไอ้แมงมุม โทบี แม็กไกวร์ และเจมี ฟ็อกซ์ซ์ – ไอ้ไฟฟ้าจากหนังไอ้แมงมุม แอนดรูว์ ​การ์ฟิลด์ ที่คงไม่พ้นมาเป็นคู่ปรับของไอ้แมงมุม ทอม ฮอลแลนด์

     ไม่ควรพลาดเพราะ: จากที่มีก็ถือว่าเล่นของแรงแล้ว แต่เราเชื่อว่าบางทีอาจจะมีอุบไต๋อะไรบางอย่างเอาไว้ ซึ่งถ้าเป็นได้ไอ้แมงมุมหนึ่งหรือทั้งสองรายแรกมาด้วย คำว่าไม่ควรพลาดยังเบาไป

 

The Suicide Squad “งานกำกับข้ามค่ายของเจมส์ กันน์”

     หลังโดนเด้งจากเก้าอี้ผู้กำกับ Guardians of the Galaxy ไม่ต้องรอนานก็มีงานมาถวายพานให้เจมส์ กันน์ โดยเป็นหนังขบวนการที่แสบไม่แพ้กัน และอาจจะแสบกว่าของฝั่งตรงข้าม ที่เป็นทั้งงานรีบูทและภาคต่อของภาคแรก นักแสดงเดิมๆ อย่าง มาร์โกท์ ร็อบบี, โจล คินนาแมน, ไวโอลา เดวิส, ไจ คอร์ตนีย์กลับมา แต่วิลล์ สมิธบอกลา และได้ไอริส เอลบามาเสริมทีม

     ไม่ควรพลาดเพราะ: กับตัวละครคุณธรรมสูง Guardians of the Galaxy กันน์ยังทำสนุกได้ขนาดนั้น แล้วกับที่แสบแซ่บเป็นทุนเดิมแบบนี้ มันจะเข็ดฟันกว่าที่เคยเป็นขนาดไหน งานนี้ได้คนที่ใช่เต็มๆ

 

Top Gun Maverick “การกลับมาในอีก 34 ปีต่อมาของมาเวอริค”

     ทิ้งห่างจากภาคแรกถึง 34 ปี จากนักบินจอมขบถ พีท ‘มาเวอริค’ มิทเชลล์ ของทอม ครูส กลายเป็นครูฝึกนักบินกองทัพเรือ ที่ลูกศิษย์ไม่ใช่ใครอื่น แบรดลีย์ แบรดชอว์ (ไมลส์ เทลเลอร์) ลูกชายของกูส เพื่อนซี้จากไปแล้วของมาเวอริค หนังได้โจเซฟ โคซินสกี ที่เคยกำกับครูสในหนังไซ-ไฟ Oblivion มากำกับ และได้ เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี, จอน แฮมม์ มาเสริมทีม

     ไม่ควรพลาดเพราะ: ไม่ใช่แค่สร้างชื่อให้ครูส หนังยังแจ้งเกิดวัล คิลเมอร์ ที่จะกลับมาเป็นไอซ์แมนเหมือนเดิม งานนี้แฟนเก่าต้องดู แฟนใหม่ควรสัมผัส เพราะภาคแรกคือหนังตำนานของวงการก็ว่าได้

 

Venom: Let There Be Carnage “งานตอนแยกภาคต่อ ที่ถูกตีค่าต่ำกว่าที่เป็น”

     ในฐานะหนังตอนแยกจากจักรวาลของไอ้แมงมุม สำหรับเรา Venom เปิดตัวได้ดี หนังมีลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะอารมณ์ขันแบบแปลกๆ และการเล่นเป็นสองตัวละครในร่างเดียวกันของทอม ฮาร์ดี ในบททเอ็ดดี บร็อค นักข่าวจอมแส่และวีนอม กลับมาหนนี้หนังเติมวูดี ฮาร์เรลสันลงมาอีกคน หลังโผล่แบบแว้บๆ ในท้ายเครดิตภาคแรก ซึ่งจะกลายเป็นตัวร้ายคาร์เนจ ในเรื่องนี้

     ไม่ควรพลาดเพราะ: หลังประเดิมได้สวย ปีนี้จะมีหนังตอนแยกจักรวาลของไอ้แมงมุมให้ชมกันถึงสองเรื่อง ซึ่งผู้ชมอย่างเราต้องไม่ขาดตกบกพร่องกับการเก็บเรื่องราว เพราะไม่เช่นนั้นอาจ ‘ใบ้กิน’ ได้

 

West Side Story “ครั้งแรกของสตีเวน สปีลเบิร์กกับหนังเพลง”

     หนังเพลงเรื่องแรกของสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ยังเป็นการรีเมคงานคลาสสิคขึ้นหิ้ง ในยุคที่เต็มไปด้วยของเก่ามาเล่าใหม่ และการถวิลหาอดีต อีกต่างหาก แต่เมื่อมองว่าการทำหนังเรื่องนี้ทิ้งห่างจากต้นฉบับถึง 50 ปี มันก็นานพอสำหรับการเอามาปัดฝุ่นใหม่ หนังได้แอนเซล เอลกอร์ท จาก Baby Driver มารับบทนำคู่กับหน้าใหม่ราเชล ซีกเลอร์

     ไม่ควรพลาด: ย้ำ! นี่คือหนังเพลงเรื่องแรกของสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่การกำกับใกล้เคียงกับการทำหนังเพลงของเขา คงไม่พ้นฉากเปิดเรื่องของหนัง Indiana Jones and the Temple of Doom

[Update] มาริลีน มอนโร: ผลิตภัณฑ์งานศิลป์และชีวิตที่ยับเยิน | บ้าน จิ ม ทอม ป์ สัน แต่งงาน – Sambeauty

เธอคือเซ็กซ์ซิมโบล ผู้หญิงในฝัน ผลิตภัณฑ์งานศิลป์ และความยับเยินที่โดดเดี่ยว เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มาริลีน มอนโร น่าจะอายุครบ 91 ปี เสียดายก็แต่ว่าดาราสาวฮอลลีวูดผู้นี้เสียชีวิตตั้งแต่อายุได้ 36 ปี ความตายของเธอได้กลายเป็นเรื่องเล่าขานมากมาย และชื่อของเธอยังกลายเป็นธุรกิจทำเงินมาตราบถึงทุกวันนี้

​ ช่วงปลายปีที่แล้ว สำนักประมูลจูเลียนในเมืองลอสแอนเจลิสได้นำสมบัติส่วนตัวของมาริลีน มอนโร ออกมาประมูล ไฮไลต์ของการแข่งขันราคาอยู่ที่ชุดเลื่อมประดับมุก ซึ่งเธอเคยสวมใส่ในปี 1962 ไปร่วมงานฉลองวันเกิดครบรอบ 45 ปีของประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี พร้อมทั้งยืนร้องเพลง ‘Happy Birthday, Mr. President’ อวยพรให้เขา พิพิธภัณฑ์ Ripley’s Believe It or Not ยอมควักกระเป๋าประมูลไปในราคา 5 ล้านดอลลาร์ และเป็นชุดราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยมีการประมูล ตามสถิติใหม่ของกินเนสส์

READ  [NEW] 8 ธีมงานเลี้ยงปาร์ตี้เก๋ๆ ที่การันตีความปังในปี 2019 | ธีมงานแต่งสีชมพู - Sambeauty

​ นอกเหนือจากนั้นยังมีข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ของเธอ ไม่ว่าจะเป็นชุดค็อกเทล ชุดนอน นาฬิกาฝังเพชร กระเป๋าถือ ลิปสติก พู่กันแต่งหน้า หวี บุหรี่ สมุดบันทึก หรือแม้กระทั่งใบขับขี่ แทบทุกอย่างในความครอบครองของเธอดูมีราคาค่างวด

​ คำจำกัดความของ ‘เซ็กซ์บอมบ์’ น่าจะผุดขึ้นพร้อมกับมาริลีน มอนโร ในยุคทศวรรษ 1950 และแม้ว่าแฟชั่นและเทรนด์ได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัยแล้ว ทว่าลุคของเธอยังคงติดตาและตรึงใจ ก่อนโลกจะก้าวสู่สหัสวรรษใหม่ นิตยสารแฟชั่นชั้นนำยังจัดอันดับให้เธอเป็นผู้หญิงที่น่าหลงใหลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20

มาริลีน มอนโร ชื่อเดิม นอร์มา จีน มอร์เทนสัน เสียชีวิตแต่วัยเยาว์และงดงาม ในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 5 สิงหาคม 1962 ภายในบ้านพักที่เบรนต์วูด รัฐแคลิฟอร์เนีย นำมาซึ่งความใคร่รู้ว่าเธอปลิดชีพตัวเองหรือเป็นการฆาตกรรม

สิ่งที่ยืนยันได้คือแม่บ้านที่ชื่อ ยูนีซ เมอร์เรย์ พบศพมาริลีน วัย 36 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องนอน สภาพเปลือยกาย โทรศัพท์ที่โต๊ะข้างเตียงถูกยกหูออก เวลาต่อมา แพทย์ชันสูตรพบยานอนหลับหลายชนิดจำนวนมากอยู่ในร่างกาย มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการง่ายๆ ว่าเป็นการฆ่าตัวตายโดยกินยานอนหลับเกินขนาด นักวิเคราะห์หลายคนตั้งข้อสงสัยจากสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดเหตุ ว่าทำไมพนักงานสอบสวนรีบสรุปสำนวนและปิดคดีอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะความชุ่ยหรือเจตนา

​ การที่ดาราสาวฮอลลีวูดผมบลอนด์เสียชีวิตด้วยยานอนหลับนั้นไม่มีใครเคลือบแคลงใจ เพียงแต่มันมาถึงจุดนั้นได้อย่างไร เป็นคำถามที่ค้างคาใจทั้งผู้เชี่ยวชาญและแฟนคลับมาตลอด 4 ทศวรรษหลังจากมาริลีนเสียชีวิต

​ มาริลีน มอนโร ผลิตภัณฑ์งานศิลป์ของฮอลลีวูดที่งดงามและร่าเริง แต่ในความเป็นจริง เธอมีปัญหาทางจิต มักใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับดับความรู้สึกกดดัน ชีวิตส่วนตัวของนอร์มา จีน ตัวจริงแตกต่างจากมาริลีนซึ่งเป็นผู้หญิงบนจอในฝันของผู้ชาย เธอล้มเหลวในชีวิตคู่กับผู้ชาย 3 คน และบ่อยครั้งเธอมักไปพัวพันกับผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ มีอำนาจ และแต่งงานแล้วแทบทั้งนั้น

มีหลายทฤษฎีที่เชื่อมโยงกับการตายของมาริลีน มอนโร ตั้งแต่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่เล่าลือกันว่าเป็นคนสั่งให้ซีไอเอจัดการกับเธอ เนื่องจากสัมพันธ์รักระหว่างเขากับมอนโรจะเป็นภัยต่อตำแหน่งทางการเมืองของตนเอง รวมถึงโรเบิร์ต เคนเนดี-น้องชาย ก็เคยมีความสัมพันธ์ลับๆ กับดาราสาว ในปี 1986 หนังสารคดีของ BBC เคยเปิดประเด็นเป็นครั้งแรกว่าโรเบิร์ตและปีเตอร์ ลอว์ฟอร์ด-พี่เขย น่าจะไปพบมอนโรในวันและคืนที่เธอเสียชีวิต เพียงแต่ไม่มีหลักฐานใดๆ โยงถึงพวกเขา อีกทั้งหลักฐานบางอย่างก็สูญหายไปแล้ว

​ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวถึงความเกี่ยวข้องของมาเฟียกับซูเปอร์สตาร์ชื่อ แซม เจียนคานา หัวหน้าแก๊งมาเฟีย เคยวางแผนส่งนักฆ่าไปสังหารมอนโร เพื่อจะเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมไปถึงโรเบิร์ต เคนเนดี เป็นการล้างแค้นเคนเนดี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเป็นอุปสรรคในธุรกิจผิดกฎหมายของกลุ่มมาเฟีย

​ หรือบางคนตั้งข้อสังเกตถึงแม่บ้านซึ่งเป็นคนพบศพ รวมทั้งจิตแพทย์ที่จ่ายยานอนหลับในปริมาณมากเกินไป เพียงแต่ข้อสงสัยต่างๆ เหล่านี้ขาดแรงจูงใจมาสนับสนุน

​ ส่วนที่ขัดแย้งกับทฤษฎีฆ่าตัวตายโดยตรง เสนอแง่มุมที่ว่ามอนโรยังทำงานภายใต้สัญญากับค่ายฟ็อกซ์ และในวันจันทร์ถัดมา เธอยังมีคิวถ่าย นอกจากนั้น นิตยสาร Life และ Paris Match ยังนำเสนอมอนโรเป็นภาพปกกับความสำเร็จด้านรายได้จากหนังเรื่องล่าสุด อีกทั้งตัวเธอเองยังเขียนเล่าถึงช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต…ก่อนหน้าวันตายเพียงหนึ่งวัน

ความตายขณะยังสาวและสวย จุดประกายให้ใครๆ ขบคิดหาสาเหตุไปต่างๆ นานา คล้ายคลึงกับกรณีการเสียชีวิตของเลดี้ไดอานา ที่แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปี แต่ก็ยังมีการสืบค้นหาสาเหตุ ทั้งข้อสันนิษฐานและประจักษ์พยานผุดโผล่ขึ้นมาเป็นระยะ ไม่ว่าใกล้เคียง บิดเบือน หรือคลุมเครือ

​ ความจริงเกี่ยวกับโมงยามสุดท้ายของมาริลีน มอนโร ยังปิดซ่อนเป็นความลับอยู่ตราบถึงทุกวันนี้

Cover Photo: REUTERS/Stefan Wermuth

FACT BOX:

  • ‘มาริลีน’ เป็นชื่อที่เบน ลีออง แมวมองของทเวนตีธ์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ ตั้งให้ ตามชื่อของสาวนักเต้น ‘มาริลีน มิลเลอร์’ ส่วนนามสกุล เธอเป็นคนเลือกเอง จากชื่อแรกเกิดของแม่ (แกลดีส์ เพิร์ล เบเกอร์)
  • มาริลีน มอนโร แต่งงานครั้งแรกในปี 1942 ขณะอายุเพียง 16 ปี กับเจมส์ ‘จิม’ โดเฮอร์ตี้ เพื่อนชายข้างบ้านวัยแก่กว่า 5 ปี หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถูกเกณฑ์เข้าเป็นกองกำลังในกองทัพเรือ ทั้งสองหย่ากันในปี 1946 ระหว่างที่มอนโรเริ่มเข้าวงการ สามีคนที่สอง โจ ดิมักจิโอ-นักเบสบอล ที่มอนโรรู้จักจากการ ‘นัดบอด’ เธอเข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีของคาทอลิกในเดือนมกราคม 1954 และหย่าจากกันใน 9 เดือนถัดมา (หลังจากมอนโรเสียชีวิต ดิมักจิโอนำดอกกุหลาบไปวางที่หลุมศพเธอสัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นเวลานานถึง 20 ปี) สามีคนที่ 3 อาร์เธอร์ มิลเลอร์ ทำให้เธอต้องเปลี่ยนความเชื่อเข้าศาสนายิว ทั้งสองแต่งงานกันในปี 1956 และเป็นครั้งแรกที่มอนโรมีความสุขกับการมีครอบครัว พวกเขาปรารถนาจะมีลูกด้วยกัน มอนโรนึกเห็นภาพตัวเองผละออกจากวงการ มาทำหน้าที่เป็นแม่บ้านให้เขา แต่ชีวิตคู่ส่อเค้าจะไปไม่รอด หลังจากเธอแท้งลูกถึง 3 ครั้ง มิลเลอร์เริ่มแคลงใจกับปัญหาการติดยานอนหลับของเธอ ในขณะที่เธอแอบไปอ่านสมุดบันทึกของเขา ได้รับรู้ว่าเขาเหลือเพียงความรู้สึกสงสารเธอ หลังจากเกิดปากเสียงกันบ่อยครั้ง ทั้งคู่ตัดสินใจหย่าจากกันตอนต้นปี 1961
  • ปี 1949 มอนโรเป็นนางแบบเปลื้องผ้าให้กับทอม เคลลีย์ แต่ภาพเรือนร่างเปลือยบนผ้ากำมะหยี่สีแดงกลับมากลายเป็นข่าวอื้อฉาวในเดือนมีนาคม 1952 เมื่อมันถูกนำมาตีพิมพ์เป็นภาพปฏิทิน เธอให้เหตุผลในการถ่ายแบบครั้งนั้นว่า “ฉันต้องหาเงินมาจ่ายค่าเช่า!” ปฏิทินเล่มดังกล่าวขายดีถล่มทลาย แต่ความจริงเธอได้รับเงินค่าตอบแทนสำหรับการถ่ายแบบภาพนั้นเพียง 50 ดอลลาร์ ปี 1953 ภาพเดียวกันนี้ถูกนำไปใช้เป็นภาพปกของนิตยสาร Playboy ฉบับแรก
  • นอร์มา จีน มอร์เทนสัน เปลี่ยนชื่อเป็น มาริลีน มอนโร ตามกฎหมายในปี 1955
  • หนังเรื่องสุดท้ายที่มาริลีน มอนโร แสดงและถ่ายทำไม่แล้วเสร็จคือ Something’s Got to Give เธอเข้ากองถ่ายเพียง 17 วัน จากคิวถ่ายทั้งหมด 30 วัน
  • ระหว่างโดดคิวถ่ายหนังเรื่องสุดท้าย มอนโรกลับไปปรากฏตัวในงานฉลองวันเกิดของประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่แมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในชุดเลื่อมผ้าสีเนื้อประดับมุข ซึ่งออกแบบตัดเย็บโดยฌอง ลูอีส
  • เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ มาริลีน มอนโร แทบไม่เคยได้รับการยอมรับหรือยกย่องด้านการแสดงจากสถาบันไหนเลย แต่หลังจากเธอเสียชีวิตไปแล้ว ในปี 1999 American Film Institute ยกย่องเธอเป็นดาราหญิงอเมริกันที่ยิ่งใหญ่อันดับที่ 6
  • จวบถึงวันที่เสียชีวิต มอนโรมีทรัพย์สินเหลืออยู่ราว 1 ล้านดอลลาร์

Tags: , , ,

Tags:


ชมเรือนไทยโบราณ พิพิธภัณฑ์บ้าน จิม ทอมป์สัน EP2 I กู๊ดเดย์ ที่เที่ยวกรุงเทพฯ I gooddayontube


ชมเรือนไทยโบราณ พิพิธภัณฑ์บ้าน จิม ทอมป์สัน EP2 I กู๊ดเดย์ ที่เที่ยวกรุงเทพฯ I gooddayontube
Youtube ► http://bit.ly/รายการท่องเที่ยว
Gooddayontube รายการท่องเที่ยวต่างประเทศ และวิธีการทำอาหารเมนูสุดโปรดทั้งอาหารคาว ตลอดจนอาหารคาวหวานเพื่อสุขภาพ
Fanpage ► https://www.facebook.com/mygooddaytv
Youtube ► http://bit.ly/รายการท่องเที่ยว
Twitter ► https://twitter.com/goodygoodday
แบกเป้ไปเที่ยวด้วยกันได้ทุกเสาร์ 11.25 11.50น. ที่ช่อง5
Gooddayontube รายการท่องเที่ยวต่างประเทศ อาหารคาวหวานเพื่อสุขภาพ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ชมเรือนไทยโบราณ พิพิธภัณฑ์บ้าน จิม ทอมป์สัน EP2 I กู๊ดเดย์ ที่เที่ยวกรุงเทพฯ I gooddayontube

เมื่อเกวนชวนเบ็นเทนเปลี่ยนเสื้อผ้า? – SUMMER WITH GWEN BEN 10


❤️ ช่องนี้ไม่ได้เปิดรายได้ ทำขึ้นมาเพื่อสอนเล่นเกมจีบสาวและแนะนำเกมจีบสาว ^_^
💙 โดเนทเพื่อสนับสนุนช่อง https://www.patreon.com/joethz
💚 วิธีโดเนท https://youtu.be/93Y9MbDteXw
💛 ติดตามเพจ https://www.facebook.com/JOETHz
เกมจีบสาว

เมื่อเกวนชวนเบ็นเทนเปลี่ยนเสื้อผ้า? - SUMMER WITH GWEN BEN 10

งานแต่งงาน พิพิธภัณฑ์บ้าน จิม ทอมป์สัน The Wedding of Kwang \u0026 Tony at Jim Thompson House Bangkok


The Wedding of Kwang \u0026 Tony at Jim Thompson House Bangkok Thailand
งานแต่งงาน พิพิธภัณฑ์บ้าน จิม ทอมป์สัน
 Don’t Forget to like, comment, share and subscribe to my channel
|| Copyright, Korofilms ||
Follow us
https://www.facebook.com/korofilms
Email : korofilms@gmail.com
Website : http://www.korofilms.com
Tel ,Whatsapp : (+66)921924566 (Mimp) , (+66)812803549 (Fluke)
Line : @korofilms

งานแต่งงาน พิพิธภัณฑ์บ้าน จิม ทอมป์สัน The Wedding of Kwang \u0026 Tony at Jim Thompson House Bangkok

เปิดบ้านพิพิธภัณฑ์จิมทอมป์สัน​ ต้อนรับเจ้าของ


เปิดบ้านพิพิธภัณฑ์จิมทอมป์สัน​ ต้อนรับเจ้าของ

Kwang + Gong Engagement จิม ทอมป์สัน (Wedding Cinematography)


พิธีหมั้น คุณกวาง + คุณก้อง
21 กรกฎาคม 2556 ณ พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน
หลังจากที่ชมงาน Same Day Edit (งานถ่ายเช้า ตัดต่อด่วนเพื่อเปิดฉายตอนเย็น) ไปแล้ว งานนี้เป็นงานที่ทางเรากลับมาตัดต่ออีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์ ให้ได้รับรู้สึกเหมือนได้ไปร่วมงาน
งานนี้ เป็นงานที่มีความอบอุ่นมาก ท่ามกลางบรรยากาศงานแบบไทยๆ ที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง เจ้าบ่าว เจ้าสาวก็น่ารัก งานนี้ตัดไปอมยิ้มไปครับ ^^
Emotional Wedding Cinematography by
Bank Studio 0899677802
Page: http://www.facebook.com/BankStudio

Kwang + Gong Engagement จิม ทอมป์สัน (Wedding Cinematography)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wedding

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ บ้าน จิ ม ทอม ป์ สัน แต่งงาน

Nguyễn Huệ

Xin chào các bạn mình tên là Nguyễn Huệ, website này do mình tạo ra với mục đích chia sẻ những kiến thức liên quan đến làm đẹp, trang điểm... Rất mong những thông tin do mình cung cấp mang lại nhiều giá trị cho bạn. Xin chân thành cảm ơn

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button