CƯỚI HỎI

[NEW] เตรียมตัวจัดงานแต่งงาน อย่างไรให้ตรงใจคุณ | รองเท้า เจ้าสาว sirena – Sambeauty

รองเท้า เจ้าสาว sirena: คุณกำลังดูกระทู้

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

         

เมื่อความรักสุกงอม คู่รักหลายคู่ก็เริ่มมองไปถึงอนาคตร่วมกัน และการแต่งงานก็คือจุดเริ่มต้นแห่งการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งสำหรับสาว ๆ ถือว่าวันแต่งงานเป็นวันสำคัญมาก ๆ ในชีวิต ใคร ๆ ก็อยากจะให้ออกมาเพอร์เฟคที่สุด และแน่นอนว่าต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวค่อนข้างนาน แต่เพื่อความสมบูรณ์แบบแล้ว ว่าที่เจ้าสาวยอมได้เสมอ

         

ดังนั้น

วันนี้กระปุกเวดดิ้งจึงมีตัวอย่างข้อมูลในการเตรียมจัดงานแต่งงานจาก

คุณ นะโอ

ที่ถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ ในการเตรียมตัวแต่งงาน…มาฝากว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกันค่ะ

การหาสถานที่และข้อมูลโรงแรม

         

งานเย็น ธีม

Oriental Vintage @ Royal Orchid Sheraton

[21 พฤษภาคม 2554] (แบ่งเป็นข้อมูลแต่ละส่วน เผื่อว่าที่เจ้าสาวท่านอื่นจะได้หาข้อมูลง่าย ๆ นะคะ)

          ระหว่างที่รอหาฤกษ์ เราก็ไปดูสถานที่กันก่อนเลยค่ะ ข้อกำหนดที่คิดกันไว้ คือ…

          1. งานในร่ม ตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นต้องเป็นห้องบอลลูมของโรงแรม

          2. มีบริการจัดโต๊ะจีน (ถ้าอร่อยด้วยก็จะดีมาก) รับแขกได้ประมาณ 400-500 คน (กะจำนวนแขกคร่าว ๆ กันแล้ว)

          3. เดินทางสะดวก

          หลังจากดูข้อกำหนดกันแล้ว ก็คิดว่าตัวเลือกที่เหมาะ น่าจะเป็นโรงแรมติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เท่าที่ดูข้อมูลติด Top 3 มีอยู่ 3 ที่ คือ แชงกริล่า (บางรัก), รอยัลออคิดเชอราตัน (สี่พระยา) และ มิลเลเนียม ฮิลตัน (คลองสาน) ซึ่งอยู่ในโซนเดียวกันหมดเลย ทุกที่มีคนคอมเมนท์ในอินเทอร์เน็ตดีพอ ๆ กัน อาหารก็อร่อยด้วย และหลังจากหาวันว่าง 1 วัน ไปเดินเซอร์เวย์กันทุกที่เลย (ไม่ได้นัดเซลล์ล่วงหน้าอีกต่างหาก ลากแตะ walk in กันเลยทีเดียว) แต่เซลล์ทุกที่ก็ดีมากค่ะ ช่วยแนะนำ+พาไปดูสถานที่ และให้ข้อมูลมาครบ เราก็กลับบ้านมานั่งชั่งข้อดี-ข้อเสียของแต่ละที่กัน

          ซึ่งหลังจากดูข้อดี-ข้อเสียกันแล้ว ก็คิดว่า รอยัล ออคิด เชอราตัน น่าจะเหมาะกับงานเราที่สุด ข้อดีอีกอย่าง คือ โฮมออฟฟิศของคุณว่าที่ก็อยู่ที่ตลาดน้อย (สี่พระยา) พอดี เวลาไปติดต่อโรงแรมก็สะดวก (วันที่ไปดู ก็เดินจากออฟฟิศไปกันค่ะ) แถมก่อนวันงาน เราก็เอาพร็อพไปเก็บไว้ที่ออฟฟิศก่อนได้

          ฝ่ายเซลล์ คือ คุณอิง ดูแลดีมาก ๆ พูดคุยกันตั้งแต่แรกเลยว่า ในแพ็คเกจที่เราจ่าย เราจะได้อะไร หรือต้องเตรียมอะไรบ้าง (เช่น คนที่ดูแลปิด/เปิดเพลง) อะไรที่ทำไม่ได้หรือทำแล้วต้องเพิ่มเงิน คุณอิงก็จะแจ้งตั้งแต่ตอนตกลงกัน แต่อะไรที่จัดการให้ได้ (เจ้าหน้าที่ดูแลบนเวที, จัดหาน้ำให้ประธานบนเวที, คนดูแลตอนตัดเค้ก) คุณอิงก็จัดการให้อย่างใจ ทำให้งานออกมาราบรื่น

ธีมงานแต่งงาน

          ตอนแรกที่วางแผนกัน เราคิดว่าต้องจัดงานเลี้ยง 2 ที่ (ต้องจัดงานเลี้ยงที่สิงห์บุรีบ้านของเจ้าสาวด้วย) เลยกะว่างานที่กทม. น่าจะเป็นงานกลางวันหลังจากจัดพิธีจีนแล้ว เจ้าสาวเลยคิดว่าคงไม่เปลี่ยนชุดละ ใส่กี่เพ้าในงานเลี้ยงไปเลยละกัน ธีมแรกที่คิดไว้จึงเป็น Chinese Vintage ค่ะ เน้นสีแดงลูกท้อ-น้ำตาลเข้ม-เขียวอมฟ้า ดูจีน ๆ ให้เพื่อนเจ้าสาว+แขกสาว ๆ ในงานใส่กี่เพ้ากัน

          ปรากฏว่าทางผู้ใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะจัดเลี้ยงตอนกลางวัน เกรงว่าแขกหลาย ๆ ท่านจะไม่ค่อยสะดวก ขอจัดเป็นโต๊ะจีนตอนกลางคืนแล้วกัน พอเป็นงานกลางคืนจะใส่กี่เพ้าอีกก็คงแปลก ๆ ธีมที่คิดไว้เลยต้องขยับนิดหน่อย แต่เรายังอยากให้มีกลิ่นของธีมเดิมอยู่นิด ๆ เลยเปลี่ยนเป็น Oriental Vintage แทน คิดเองว่าเป็นวินเทจ แต่ไม่ใช่วินเทจฝรั่งที่สีฟ้า-ชมพู-ขาว เป็นวินเทจแบบตะวันออกที่เน้นสีเข้ม ๆ แดง-ส้ม-เขียว-น้ำตาล (ส่วนหนึ่งเนื่องจาก ดอกไม้สีเขียวอมฟ้าหายากค่ะ พอเป็นงานกลางคืนถูกย้อมด้วยไฟสีส้มแล้วมันก็จะกลายเป็นสีตุ่น ๆ ด้วย)

          น้ำแข็งสลักรูปหงส์คู่ (ที่จริงไม่ได้อยากมี แต่อยู่ในแพ็คเกจ) ตอนแรกอยากได้นกกระเรียนคู่ (ดูตะวันออกดี) แต่ตรงขามันยาว จะเปราะง่าย เลยเปลี่ยนเป็นหงส์คู่ค่ะ บอกคุณอิงว่าขอไม่เอาหงส์หันหน้าชนกันเป็นรูปหัวใจนะ เลยได้หงส์ว่ายน้ำคู่กันแบบนี้มา ละลายช้าดี จบงานแล้วยังไม่เสียทรงเลย

การ์ดแต่งงาน

          รบกวนรุ่นน้องนักวาดภาพประกอบที่ที่ทำงานช่วยวาดให้ค่ะ ขอน้องไว้นานแล้วว่าถ้าพี่จะแต่งงาน ช่วยวาดการ์ดให้หน่อยนะ พอได้ธีมมาก็เลยบอกน้องไปว่าขอสไตล์ตะวันออก ดูจีน ๆ หน่อย โจทย์ยากมาก แต่น้องก็ออกแบบมาให้ได้ถูกใจ เป็นลายดอกโบตั๋นสีแดง-เหลือง-เขียว บนพื้นสีครีมค่ะ

          Font : ฟอนต์ไทย

          โรงพิมพ์ : TN Image เทคนิคอิมเมจ (แยกมหานาค) โรงพิมพ์นี้ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ในออฟฟิศค่ะ พอดีน้องชายพี่เขาเพิ่งจัดงานแต่งงาน การ์ดเชิญเป็นแบบโปสการ์ด 5 x 7 นิ้ว กระดาษสีครีม ๆ หนา ๆ แบบที่เราอยากได้พอดีเป๊ะ (กระดาษ Eration สีขาว หนา 270 แกรม) ราคาแผ่นละ 11 บาท คุณจิมมี่ เซลล์ของโรงพิมพ์รับประกันว่า ถ้าไฟล์ที่ส่งมาไม่มีปัญหา งานพิมพ์ 10 วันก็เสร็จ

ของชำร่วย

          อันนี้สืบเนื่องมาจากธีม Chinese Vintage ค่ะ โอคุงเป็นคนชอบให้ของขวัญเป็นของใช้อยู่แล้ว ของชำร่วยในงานแต่งตัวเองก็เลยอยากให้เป็นของที่แขกเอาไปใช้ได้ด้วย ตอนแรกคิดเป็นช้อน-ส้อมคู่เล็ก ๆ (แบบช้อนกาแฟกับส้อมขนม) เป็นคู่ด้วย แต่กลัวว่าผู้ใหญ่จะถือเรื่องของมีคม
 
          คิดไปคิดมา ตะเกียบเนี่ยแหละเหมาะดี ต้องใช้เป็นคู่ แล้วก็ดูจีน ๆ ดีด้วย ใจเราอยากได้ตะเกียบเงิน (แน่นอนว่าแพงเกินสำหรับแจกแขก 2 งาน) เป็นตะเกียบแสตนเลสก็แล้วกัน
 
          ไปเดินดูกับแม่ที่พาหุรัด เดินเข้าเดินออกอยู่หลายร้าน เจอตะเกียบสแตนเสลส ราคามีตั้งแต่ 10 บาท – 20 บาท แต่แพ็คเกจก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ เลยเดินดูไปเรื่อย ๆ สุดท้ายมาเจอที่ร้าน

เจริญพร

(ร้านกระจกติดแอร์ค่ะ แถวนั้นมี 3 เจริญพรได้ ไม่รู้เจ้าของเดียวกันรึเปล่า) คู่ละ 13 บาท พร้อมซองผ้าโปร่งและ Tag ค่ะ เราเลือกซองผ้าโปร่งสีแดงอย่างเดียว

          ที่จริงอยากเลือกตะเกียบลายเดียวกันหมดด้วย (กันแขกขอหลายลาย เดี๋ยวของไม่พอ) แต่ที่ร้านบอกว่าตะเกียบจะมาเป็นแพ็ค ๆ คละลาย เราเลยบอกว่างั้นขอให้ทางร้านช่วยสกรีนไม่เอาลายที่มีสีดำ (ไม่เป็นมงคล) ก็แล้วกัน พอเอามาใส่ซองผ้าแล้วก็ไม่ค่อยเห็นลายค่ะ ดูเหมือนกันหมด 

ชุดแต่งงาน

         

มาถึงเรื่องใหญ่ของเจ้าสาว ชุดแต่งงานค่ะ >.< Wedding Costume (ชุดเจ้าสาว + สูทเจ้าบ่าว) : Saree Bridal Idea

          จะบอกว่า เราเลือกร้านตัดชุดเจ้าสาวก่อนเลือกแบบชุดอีกละ (แต่ถ้าใครที่มีแบบชุดในดวงใจอยู่แล้ว ไม่ควรทำนะคะ เพราะบางทีสไตล์ของร้านกับแบบในใจเราอาจจะไม่ได้ไปในทางเดียวกัน – – อย่าเห็นแก่แพ็คเกจ หรือเห็นว่าชุดสวยก็เลือกเลย ต้องหาข้อมูลเยอะ ๆ ค่ะ)

          เราอ่านนิตยสาร WE บ่อย ๆ แล้วก็ถูกสไตล์ Minimal ของร้าน Saree Bridal Idea มาตั้งแต่แรก ชุดที่ปิ๊ง ๆ โดนใจเลย คือ แฟชั่นของ คุณคริส หอวัง เรียบ ๆ แต่น่ารักมาก คิดว่าซารีน่าจะทำสไตล์วินเทจแบบที่เราชอบได้ พอไปเดินงาน Woman Live ของ บ.อมรินทร์ (ความจริงก็บริษัทที่เราทำงานนั่นแหละ ไปเป็นสต๊าฟค่ะ) Saree ไปออกบูธด้วย เรากับคุณว่าที่ก็เลยเข้าไปคุย ตอนนั้นมีแพ็คเกจเช่าตัดชุดเจ้าสาว แถมเช่าตัดชุดเจ้าบ่าว แต่เราเช่าตัด 2 ชุด งานกทม. กับงานที่สิงห์บุรี เลยต่อรองว่าขอเอาชุดมาถ่ายพรีเวดดิ้ง (ในสตูดิโอ) ด้วย 1 วัน แล้วค่อยเอากลับไปคืนที่ร้านให้ทำความสะอาด วันจริงก็ใช้อีกวันค่ะ

          พอเซ็นสัญญาตกลงกันเรียบร้อย พี่เดียร์ (เจ้าของและนักออกแบบของ Saree) บอกว่าตอนนี้ยังมีเวลา (เราไปติดต่อตั้งแต่เดือนกันยายน ก่อนได้ฤกษ์ แต่กะ ๆ กันว่าจะแต่งเดือนพฤษภาคม) ให้ลองหาแบบที่ชอบแล้วส่งอีเมล์มาคุยกันดูก่อน เดือนธันวาคมค่อยมาตกลงแบบกัน ช่วง 2-3 เดือนนั้น เรานั่งเปิดเว็บแต่งงานของฝรั่งทุกวันเป็นกิจวัตรเลยค่ะ ทั้ง martha stewart wedding, bride.com, ruffle blog, wedding project มีรูป reference เป็นตัน ๆ แต่ปรากฏว่าชุดที่ปิ๊งชุดแรก กลับเป็นชุดในละครไทยซะงั้น
 
          ชุดแต่งงานของ คุณลอออร (อ้อม พิยะดา) กับท่านเจ้าคุณโยธาบดี ในเรื่องมาลัยสามชาย (ช่อง 5) ค่ะ ที่จริงกรี๊ดตั้งแต่ตัวบทประพันธ์ละ มาดูละครยิ่งกรี๊ด เพราะคอสตูมสวยมาก โดยเฉพาะชุดแต่งงานชุดนี้ เราเห็นแล้วใช่เลย เป็นชุดสั้น ดูวินเทจ แต่หรูหรา

          ปัญหาคือ ลุกส์กับหุ่นดิชั้นมันจะไม่เก๋อย่างคุณอ้อมนี่สิ พอส่งภาพให้พี่เดียร์ดูทางอีเมล์ พี่เดียร์ก็ให้ความเห็นกลับมาว่า “ชุดทรงนี้ ถ้าไม่ผอมจริง ๆ จะใส่ลำบากนะหนู เพราะนอกจากจะเป็นทรงตรงแล้ว ลูกไม้ยังยิบ ยิ่งจะส่งให้ดูอวบขึ้นอีกจ้า”

          โอเค…เรื่องอวบเรื่องใหญ่ หาแบบใหม่ค่ะ ^^! หลังจากนั่งหาชุดวินเทจอีกพักใหญ่ ก็เจอชุดเนื้อคู่ (อีกแล้ว) ในเว็บ ruffle blog เว็บรวมภาพแต่งงานแนววินเทจของฝรั่ง เห็นแล้วกรี๊ด น่ารัก ค้นลิงก์ดูเป็นชุดของ Justin Alexander เบอร์ 8465 ค่ะ

          สาว ๆ ฝรั่งที่ชอบแนววินเทจกรี๊ดชุดนี้เหมือนเราเลย ส่งภาพไปให้พี่เดียร์ดู คราวนี้พี่เดียร์ไฟเขียนบอกว่า “ชุดนี้น่ารัก หุ่นไม่ผอมก็ยังใส่ได้ แต่อาจจะต้องปรับนิดหน่อยนะคะ” โอเค นัดวันไปไฟนอลแบบได้เลยค่า ^o^

          เราเขียนรีวิววันไฟนอลแบบที่ Saree (มีแบบตอนลองชุดยาวด้วย) ลองเข้าไปดูเพิ่มได้ที่นี่ค่ะ
 
          สำหรับชุดงานกรุงเทพฯ เราขอเพิ่มแถบผ้าโปร่งด้านบน ไม่ให้เป็นชุดเกาะอก (รีเควสว่าที่คุณแม่สามีค่ะ) ส่วนพี่เดียร์ขอปรับแถบเข็มขัดให้เล็กลง เพื่อไม่เน้นให้เอวดูตัน กับร่นความยาวขึ้นไปอีกหน่อย ให้อยู่ประมาณใต้เข่า แต่ใส่สุ่มประมาณ 3 ชั้นให้กระโปรงบาน ๆ ฟู ๆ ใจจริงเราตอนนั้น อยากให้ชายของชุดยาวอีกหน่อย แต่ก็เห็นจริงอย่างพี่เดียร์ว่า ถ้าขืนยาวขนาดนั้นมันดูตัวตันแน่ ๆ เลยโอเคแบบสั้นค่ะ

         ตอนลองแบบผ้าดิบค่ะ ตอนนั้นเรายังกะความยาวจากสายตาไม่ค่อยเป็น คิดว่าน่าจะโอเคแล้ว (ความจริงถ้าจะเปลี่ยนใจอะไรเรื่องแบบชุด ควรจะเปลี่ยนตั้งแต่ตอนแบบผ้าดิบนะคะ ^^!) ทีนี้พอมาถึงตอนลองชุดจริง (ยังไม่ได้ปัก)

          ชุดน่ารักมาก ๆ แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันสั้นเกินไปจนดูเหมือนชุดงานกลางวัน ถามหลายคนก็ได้หลายความเห็น บางคนก็บอกโอเค บางคนก็บอกมันดูจืดไปหน่อย เครียดอยู่ 5 วัน สุดท้ายก็โทรไปหาพี่เดียร์ว่า ขอแก้แบบเถอะค่ะ หนูอยากได้ชายยาวกว่านี้ >_< พี่เดียร์ก็โอเค แต่ขอโทรถามทางช่างก่อนว่าจะสามารถต่อผ้าได้ (เราจะได้ไม่เสียเงิน) หรือต้องตัดผ้าใหม่ ปรากฏว่าถ้าต่อแล้วจะเสียทรงค่ะ เลยต้องตัดผ้าใหม่ทุกชั้น จ่ายค่าผ้าเพิ่มอีก 5 พันบาท แต่เราโอเค ขอให้ได้ชุดถูกใจละกัน ไหน ๆ เพิ่มแล้ว คราวนี้เลยขอเพิ่มแบบเต็มแม็กค่ะ จาก 23 นิ้วเป็น 33 นิ้ว เพิ่มมา 10 นิ้ว ยาวสะใจเลยทีนี้ อีก 1 เดือนมารับชุดที่เสร็จแล้วไปถ่ายพรีเวดดิ้ง

          พอลองวันถ่ายจริงก็ค่อยแฮปปี้ ได้อย่างใจแล้วค่ะ ไม่อ้วนด้วย (เพราะพี่เดียร์ปรับทรงให้บานน้อยลง)

          ซูมด้านบน (อันนี้รูปวันลองชุดรอบสุดท้ายค่ะ)  

รองเท้าเจ้าสาว

          Wedding Shoes: SIRENA แบรนด์รองเท้าเจ้าสาวในฝัน ^^ ชอบตั้งแต่ตอนเห็นใน WE ละ ร้านเป็น co- กับซารีด้วย เลยได้เลือกรองเท้าพร้อม ๆ กับที่ลองแบบชุดค่ะ ด้วยความที่ชุดเราเป็นชุดที่เห็นรองเท้า เลยเลือกรองเท้าแบบที่มีดีเทล+น่ารักหน่อย

แต่งหน้า+ทำผม

          พี่หน่อง พงศ์ศักดิ์ (ช่างแต่งหน้า) และพี่แดน ภูวดล (ช่างทำผม) เหมือนงานเช้าค่ะ พี่ ๆ มาช่วยรอบเช้ารอบเย็นเลย ขอบคุณมาก ๆ

          รอบเย็นพี่แดนทำผมให้ต่างจากตอนถ่ายพรีเวดดิ้ง (ตอนนั้นเราทำผมเรียบ ๆ เพราะเป็นทรงที่ปรับมาจากชุดกี่เพ้า) คราวนี้พี่แดนม้วนผม แล้วก็ขยุ้มให้เป็นทรงเบา ๆ เก๋ ๆ (อธิบายไม่ถูก บอกได้แต่ว่าชอบมาก) ติดแฮร์พีซเข้าไปแล้ว ดูวินเทจสมใจ ส่วนเมคอัพพี่หน่องก็เลยแต่งให้เป็นแนวตุ๊กตา ติดขนตาปลอมทั้งบนล่าง เน้นตาสุด ๆ งานนี้เพื่อน ๆ มีแต่คนชมว่า “ตาเด้งมาก ๆ เลยแก” ขอบคุณพี่ ๆ มา ณ ทีนี้อีกครั้งค่ะ

การจัดตกแต่งสถานที่

          เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ลองไปดูรอบ ๆ งานว่ามีอะไรบ้างนะคะ … Wedding Bears: Ring Boy & Flower Girl อันนี้เราเอามาจากการ์ตูนเรื่องโปรดค่ะ ไม่รู้มีใครเคยอ่านไหม V.B.Rose (ขอหัวใจเจ้าสาวในฝัน สนพ.บงกช) พระเอกของเรื่องเป็นนักออกแบบชุดแต่งงาน ส่วนนางเอกก็ชอบประดิดประดอยค่ะ เล่ม 2 จุดประกายเรามา ตอนที่นางเอกทำของขวัญให้พี่สาวที่จะแต่งงานเป็น Wedding Rabbit

          เรากับคุณว่าที่ก็มีลูกชายเป็นลูกหมี อายุ 4 ขวบ (เท่าปีที่คบกัน) คิดไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากให้หมีโหดได้มีส่วนร่วมในงานด้วย เลยได้ใช้เป็น Wedding Bear นี่แหละ จับคู่กับน้องสาว (ตุ๊กตาโมโมโกะของเรา เพิ่งได้มาหมาด ๆ จากญี่ปุ่น)

สูทลูกชาย จาก Build A Bear เซ็นทรัลลาดพร้าว ใส่ได้พอดีเป๊ะเลย

          ชุด Flower Girl ของลูกสาว จาก Studio D* ร้านชุดตุ๊กตาของเพื่อน อุตส่าห์หอบหิ้วลูกสาวมาให้จากญี่ปุ่น แถมตัดชุดให้ด้วย ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

          ฟังแล้วกลัว จะหากล่องมาใส่ก็ไม่สวย เลยไปเดิน JJ กับคุณว่าที่ หากรงแนววินเทจ (สีขาว) มาพ่นสีน้ำตาลให้เข้ากับธีม แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ให้ลูก ๆ อยู่อย่างปลอดภัย

ด้วยความที่ลูกสาวตัวเล็ก ตั้งไว้ที่โต๊ะลงทะเบียนก็กลัวจะถูกโฉบวูบไปไม่รู้ตัว แถมเพื่อน ๆ ในห้องเจ้าสาว พฤษภาคม 2554 มาเล่าว่า มีเจ้าสาวคนหนึ่งเอาตุ๊กตาหมีของรักของหวงไปตั้งในงาน แล้วถูกโฉบหาย ราคาน่ะไม่เท่าไหร่ แต่คุณค่าทางจิตใจประเมินไม่ได้ฟังแล้วกลัว จะหากล่องมาใส่ก็ไม่สวย เลยไปเดิน JJ กับคุณว่าที่ หากรงแนววินเทจ (สีขาว) มาพ่นสีน้ำตาลให้เข้ากับธีม แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ให้ลูก ๆ อยู่อย่างปลอดภัย

สูทลูกชาย จาก Build A Bear เซ็นทรัลลาดพร้าว ใส่ได้พอดีเป๊ะเลย

เค้กแต่งงาน

          เป็นเค้กสีขาว 7 ชั้น แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ด้านล่างเป็นเค้กวนิลา (ของจริงสำหรับตัดเสิร์ฟ) ปกติเค้กแต่งงานจะหวาน ๆ แข็ง ๆ ไม่ค่อยอร่อย แต่เค้กก้อนนี้มีแต่คนชมค่ะ (บ่าวสาวไม่ได้ชิมเลย) ต้องยกความดีให้ทางเชอราตันละนะ

Presentation

          Presentation : Short Film อลวนรัก นักสืบสาว (ตั้งชื่อเองหมาด ๆ ให้เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น – ฮา)

          พรีเซนต์เปิดตัวที่ขอให้เพื่อนผู้กำกับ (อดีตเพื่อนช่างภาพที่ทำงาน) ซึ่งไปเรียนต่อโท ภาควิชาภาพยนตร์ที่ ม.วาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ช่วยถ่าย+ตัดต่อให้ค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะทำหนังสั้น เล่าชีวิตสมัยมหาลัยฯ ของบ่าว-สาว ที่เดินสวนกันไปสวนกันมา แต่ไม่เคยเจอกัน แต่พอมาคุยเรื่องภาพ+วิธีการถ่ายทำแล้ว มันจะยากมาก (ไม่นับเรื่องต้องขออนุญาตเข้าไปถ่ายในมหาลัยฯ) สุดท้ายเลยล้ม Story board มานั่งคุยกันใหม่ ทำเป็นหนังสั้นที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตจริงไปเลย เอาหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคุยกัน ออกมาเป็นพล็อตหนังฟิล์มนัวร์ เรื่องราวของนักสืบสาวกับผู้จ้างวาน ที่มาจ้างให้เธอตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะพิเศษหลาย ๆ อย่าง

          งานนี้ทำเสร็จด้วยฝีมือคน 3 คน คือ ผู้กำกับ (ถ่ายภาพ + ตัดต่อ + ใส่เสียงด้วย), เจ้าบ่าว (ฝ่ายสถานที่ + อุปกรณ์) และเจ้าสาว (คนเขียนบทร่วม + คอสตูม + เมคอัพ (ตัวเอง) ตัดต่อเสร็จแล้วมานั่งคุยกันอีกที “เฮ้ย…มันแนวมากเลยนะเนี่ย คนดูจะรู้เรื่องไหม” ปรากฏว่าส่วนใหญ่รู้เรื่องค่ะ แต่ผู้ใหญ่จะงง ๆ นิดหน่อย เพราะมันไม่เหมือนพรีเซนเทชั่นที่เห็นบ่อย ๆ (ได้ยินคำเปรย ๆ ว่า หนุ่มสาวเดี๋ยวนี้เขาทำอะไรแปลก ๆ กันดีนะ)  แต่เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ชอบค่ะ – – ถือว่าเสมอตัวละมั้ง

          ผลพลอยได้ คือ เพื่อนผู้กำกับติดใจโลเกชั่นโฮมออฟฟิศของเจ้าบ่าว เลยมาถ่ายหนังสั้นอีกเรื่อง (ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องแรกเลย) กะจะทำเป็นหนังสั้นไตรภาค ฉายในงานเทศกาลหนังปีหน้าค่ะ ไว้ถ้าได้ฉายแล้ว จะเอาหนังสั้นของเรามาให้ชมแบบเต็ม ๆ นะคะ

เพลงแต่งงาน

          หลังจากนั้นก็เปิดตัวบ่าว-สาวเข้างานค่ะ

          Song :

          แอบเขินนิดหน่อย เลยติดรูปตอนกำลังก้มหน้า หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสั้น (อธิบายที่มาที่ไป – เผื่อแขกไม่เข้าใจ) แล้วก็เข้าสู่พิธีการค่ะ เชิญประธานในพิธีขึ้นมาสวมมาลัย กล่าวอวยพร แล้วดื่มอวยพรค่ะ (อย่าลืมเตรียมเพลงมหาฤกษ์มาด้วยนะคะ บางโรงแรมอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ เราใส่รวมมากับซีดีเพลงที่ใช้เปิดในพิธีเลยค่ะ)

สัมภาษณ์ความรู้สึกกันเล็กน้อย แล้วก็ตัดเค้ก

          (Note: งานนี้เจ้าสาวอาจจะมีอาการ “ซึ้ง” จนน้ำตาไหลได้ ไม่ว่าคุณจะใจแข็งแค่ไหน ก็แนะนำว่าให้เตรียมผ้าเช็ดหน้า หรือทิชชู่ใส่กระเป๋าสูทเจ้าบ่าวไว้ ปลอดภัยที่สุดค่ะ ของเรากะว่ายังไง๊ยังไงก็คงไม่ร้อง ปรากฏตอนขอบคุณแม่นี่ทนไม่ไหว น้ำตาไหล – – น้ำตาไม่ไหลเปล่า เราร้องไห้แล้วน้ำมูกมันตามมาด้วยนี่สิ ต้องกลั้นแทบแย่ ดีนะถ่ายรูปออกมาแล้วไม่ติด (-__-! )

          Song:

          และแล้วก็มาถึงเวลาที่สาว ๆ ทุกคนรอคอย เจ้าสาวจะโยนดอกไม้แล้วจ้า พิธีกร (โสด) ทั้งสองคนขอตัวลงไปรอรับดอกไม้ บ่าว-สาวเลยถือไมค์แทน ด้วยความที่รีเควสเยอะจากหลายฝ่าย เราเลยขอให้ทางโรงแรมแบ่งช่อดอกไม้เป็นช่อเล็ก 3 ช่อ ไปกระจายออกกลางอากาศค่ะ ติดตรงที่เจ้าสาวโยนเบาไปหน่อย (ตอนนั้นกลัวดอกไม้จะปลิวไปตกลงโต๊ะจีน) + ช่อดอกไม้หนัก มันเลยตกอยู่แถวหน้าหมดเลย (ข้างหลังบ่นเซ็ง ^^!)

          ถ่ายกับบรรยากาศภายในงานสักเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เป็นช่วงรอส่งแขกกลับค่ะ พอหมดพิธีการ แขกส่วนหนึ่งก็ทยอยกลับพอดี มีถ่ายภาพเก็บตกสำหรับท่านที่ยังไม่ได้ถ่ายตอนก่อนเริ่มงานอีกนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน ๆ ที่ทยอยกันมา เลยถ่ายไม่ครบทีม

          งานเริ่มตอน 6 โมงเย็น จบงานประมาณ 4 ทุ่ม เล่นเอาล้าไปเลยเหมือนกัน ต้องจัดการตัวเอง แกะกิ๊บ สระผม ล้างเครื่องสำอาง (อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ล้างเครื่องสำอางไปด้วยนะคะ) กว่าจะเสร็จแทบสลบเหมือด แต่ก็รู้สึกดีใจที่งานซึ่งเราเตรียมตัวมาร่วมครึ่งปีจบลงอย่างสวยงาม

          ความจริงงานเราก็ไม่ใช่งานใหญ่อลังการ แต่แค่ทุกอย่างที่ออกมาสมกับความตั้งใจ แขกทุกคนได้กินอิ่ม (และอาหารอร่อยมาก – – แต่บ่าวสาวไม่ได้กิน เพราะเหนื่อยเกิน) พ่อแม่และผู้ใหญ่มีความสุข เพื่อน ๆ ได้เฮฮา เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ สำหรับอีเวนท์ใหญ่ครั้งเดียวในชีวิต

READ  [NEW] รวม 15 สถานที่แต่งงานเรือนไทย เลอค่าในความเป็นไทย | แต่งงาน บ้าน ก้ามปู - Sambeauty

          รีวิวนี้ขอบคุณคนมาหลายคนละ ก่อนจบขอขอบคุณคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ เจ้าบ่าว (คุณสามี) ที่เตรียมงานมาด้วยกัน เป็นคู่หูช่วยออกความเห็นทุกอย่าง และที่สำคัญให้กำลังใจในวันที่เราเหนื่อย จนวันนี้แต่งงานกันมาได้หลายเดือนแล้ว ก็ยังดูแลเรามากขึ้น และดีขึ้นทุกวันๆ ขอบคุณมากนะคะ

       

   ได้ทราบข้อมูลดี ๆ จากรีวิวของ คุณนะโอ กันแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวที่กำลังเตรียมตัวจะแต่งงานได้บ้าง ถ้าหากมีข้อมูลดี ๆ ในเรื่องการเตรียมตัวจัดงานแต่งงานของเพื่อน ๆ ท่านอื่น ๆ อีก กระปุกเวดดิ้งจะนำมาฝากกันอีกแน่นอน สุขสันต์วันวิวาห์ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ นะโอ งานเย็น ธีม[21 พฤษภาคม 2554] (แบ่งเป็นข้อมูลแต่ละส่วน เผื่อว่าที่เจ้าสาวท่านอื่นจะได้หาข้อมูลง่าย ๆ นะคะ)ระหว่างที่รอหาฤกษ์ เราก็ไปดูสถานที่กันก่อนเลยค่ะ ข้อกำหนดที่คิดกันไว้ คือ…1. งานในร่ม ตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นต้องเป็นห้องบอลลูมของโรงแรม2. มีบริการจัดโต๊ะจีน (ถ้าอร่อยด้วยก็จะดีมาก) รับแขกได้ประมาณ 400-500 คน (กะจำนวนแขกคร่าว ๆ กันแล้ว)3. เดินทางสะดวกหลังจากดูข้อกำหนดกันแล้ว ก็คิดว่าตัวเลือกที่เหมาะ น่าจะเป็นโรงแรมติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เท่าที่ดูข้อมูลติด Top 3 มีอยู่ 3 ที่ คือ แชงกริล่า (บางรัก), รอยัลออคิดเชอราตัน (สี่พระยา) และ มิลเลเนียม ฮิลตัน (คลองสาน) ซึ่งอยู่ในโซนเดียวกันหมดเลย ทุกที่มีคนคอมเมนท์ในอินเทอร์เน็ตดีพอ ๆ กัน อาหารก็อร่อยด้วย และหลังจากหาวันว่าง 1 วัน ไปเดินเซอร์เวย์กันทุกที่เลย (ไม่ได้นัดเซลล์ล่วงหน้าอีกต่างหาก ลากแตะ walk in กันเลยทีเดียว) แต่เซลล์ทุกที่ก็ดีมากค่ะ ช่วยแนะนำ+พาไปดูสถานที่ และให้ข้อมูลมาครบ เราก็กลับบ้านมานั่งชั่งข้อดี-ข้อเสียของแต่ละที่กันซึ่งหลังจากดูข้อดี-ข้อเสียกันแล้ว ก็คิดว่า รอยัล ออคิด เชอราตัน น่าจะเหมาะกับงานเราที่สุด ข้อดีอีกอย่าง คือ โฮมออฟฟิศของคุณว่าที่ก็อยู่ที่ตลาดน้อย (สี่พระยา) พอดี เวลาไปติดต่อโรงแรมก็สะดวก (วันที่ไปดู ก็เดินจากออฟฟิศไปกันค่ะ) แถมก่อนวันงาน เราก็เอาพร็อพไปเก็บไว้ที่ออฟฟิศก่อนได้ฝ่ายเซลล์ คือ คุณอิง ดูแลดีมาก ๆ พูดคุยกันตั้งแต่แรกเลยว่า ในแพ็คเกจที่เราจ่าย เราจะได้อะไร หรือต้องเตรียมอะไรบ้าง (เช่น คนที่ดูแลปิด/เปิดเพลง) อะไรที่ทำไม่ได้หรือทำแล้วต้องเพิ่มเงิน คุณอิงก็จะแจ้งตั้งแต่ตอนตกลงกัน แต่อะไรที่จัดการให้ได้ (เจ้าหน้าที่ดูแลบนเวที, จัดหาน้ำให้ประธานบนเวที, คนดูแลตอนตัดเค้ก) คุณอิงก็จัดการให้อย่างใจ ทำให้งานออกมาราบรื่นตอนแรกที่วางแผนกัน เราคิดว่าต้องจัดงานเลี้ยง 2 ที่ (ต้องจัดงานเลี้ยงที่สิงห์บุรีบ้านของเจ้าสาวด้วย) เลยกะว่างานที่กทม. น่าจะเป็นงานกลางวันหลังจากจัดพิธีจีนแล้ว เจ้าสาวเลยคิดว่าคงไม่เปลี่ยนชุดละ ใส่กี่เพ้าในงานเลี้ยงไปเลยละกัน ธีมแรกที่คิดไว้จึงเป็น Chinese Vintage ค่ะ เน้นสีแดงลูกท้อ-น้ำตาลเข้ม-เขียวอมฟ้า ดูจีน ๆ ให้เพื่อนเจ้าสาว+แขกสาว ๆ ในงานใส่กี่เพ้ากันปรากฏว่าทางผู้ใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะจัดเลี้ยงตอนกลางวัน เกรงว่าแขกหลาย ๆ ท่านจะไม่ค่อยสะดวก ขอจัดเป็นโต๊ะจีนตอนกลางคืนแล้วกัน พอเป็นงานกลางคืนจะใส่กี่เพ้าอีกก็คงแปลก ๆ ธีมที่คิดไว้เลยต้องขยับนิดหน่อย แต่เรายังอยากให้มีกลิ่นของธีมเดิมอยู่นิด ๆ เลยเปลี่ยนเป็น Oriental Vintage แทน คิดเองว่าเป็นวินเทจ แต่ไม่ใช่วินเทจฝรั่งที่สีฟ้า-ชมพู-ขาว เป็นวินเทจแบบตะวันออกที่เน้นสีเข้ม ๆ แดง-ส้ม-เขียว-น้ำตาล (ส่วนหนึ่งเนื่องจาก ดอกไม้สีเขียวอมฟ้าหายากค่ะ พอเป็นงานกลางคืนถูกย้อมด้วยไฟสีส้มแล้วมันก็จะกลายเป็นสีตุ่น ๆ ด้วย)น้ำแข็งสลักรูปหงส์คู่ (ที่จริงไม่ได้อยากมี แต่อยู่ในแพ็คเกจ) ตอนแรกอยากได้นกกระเรียนคู่ (ดูตะวันออกดี) แต่ตรงขามันยาว จะเปราะง่าย เลยเปลี่ยนเป็นหงส์คู่ค่ะ บอกคุณอิงว่าขอไม่เอาหงส์หันหน้าชนกันเป็นรูปหัวใจนะ เลยได้หงส์ว่ายน้ำคู่กันแบบนี้มา ละลายช้าดี จบงานแล้วยังไม่เสียทรงเลยรบกวนรุ่นน้องนักวาดภาพประกอบที่ที่ทำงานช่วยวาดให้ค่ะ ขอน้องไว้นานแล้วว่าถ้าพี่จะแต่งงาน ช่วยวาดการ์ดให้หน่อยนะ พอได้ธีมมาก็เลยบอกน้องไปว่าขอสไตล์ตะวันออก ดูจีน ๆ หน่อย โจทย์ยากมาก แต่น้องก็ออกแบบมาให้ได้ถูกใจ เป็นลายดอกโบตั๋นสีแดง-เหลือง-เขียว บนพื้นสีครีมค่ะFont : ฟอนต์ไทย www.f0nt.com / ฟอนต์ภาษาอังกฤษ www.dafont.com เจ้าสาวนั่งหาฟอนต์เอง (แต่ปรึกษากับเจ้าบ่าว + น้องคนออกแบบการ์ดด้วย)โรงพิมพ์ : TN Image เทคนิคอิมเมจ (แยกมหานาค) โรงพิมพ์นี้ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ในออฟฟิศค่ะ พอดีน้องชายพี่เขาเพิ่งจัดงานแต่งงาน การ์ดเชิญเป็นแบบโปสการ์ด 5 x 7 นิ้ว กระดาษสีครีม ๆ หนา ๆ แบบที่เราอยากได้พอดีเป๊ะ (กระดาษ Eration สีขาว หนา 270 แกรม) ราคาแผ่นละ 11 บาท คุณจิมมี่ เซลล์ของโรงพิมพ์รับประกันว่า ถ้าไฟล์ที่ส่งมาไม่มีปัญหา งานพิมพ์ 10 วันก็เสร็จอันนี้สืบเนื่องมาจากธีม Chinese Vintage ค่ะ โอคุงเป็นคนชอบให้ของขวัญเป็นของใช้อยู่แล้ว ของชำร่วยในงานแต่งตัวเองก็เลยอยากให้เป็นของที่แขกเอาไปใช้ได้ด้วย ตอนแรกคิดเป็นช้อน-ส้อมคู่เล็ก ๆ (แบบช้อนกาแฟกับส้อมขนม) เป็นคู่ด้วย แต่กลัวว่าผู้ใหญ่จะถือเรื่องของมีคมคิดไปคิดมา ตะเกียบเนี่ยแหละเหมาะดี ต้องใช้เป็นคู่ แล้วก็ดูจีน ๆ ดีด้วย ใจเราอยากได้ตะเกียบเงิน (แน่นอนว่าแพงเกินสำหรับแจกแขก 2 งาน) เป็นตะเกียบแสตนเลสก็แล้วกันไปเดินดูกับแม่ที่พาหุรัด เดินเข้าเดินออกอยู่หลายร้าน เจอตะเกียบสแตนเสลส ราคามีตั้งแต่ 10 บาท – 20 บาท แต่แพ็คเกจก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ เลยเดินดูไปเรื่อย ๆ สุดท้ายมาเจอที่ร้าน(ร้านกระจกติดแอร์ค่ะ แถวนั้นมี 3 เจริญพรได้ ไม่รู้เจ้าของเดียวกันรึเปล่า) คู่ละ 13 บาท พร้อมซองผ้าโปร่งและ Tag ค่ะ เราเลือกซองผ้าโปร่งสีแดงอย่างเดียวที่จริงอยากเลือกตะเกียบลายเดียวกันหมดด้วย (กันแขกขอหลายลาย เดี๋ยวของไม่พอ) แต่ที่ร้านบอกว่าตะเกียบจะมาเป็นแพ็ค ๆ คละลาย เราเลยบอกว่างั้นขอให้ทางร้านช่วยสกรีนไม่เอาลายที่มีสีดำ (ไม่เป็นมงคล) ก็แล้วกัน พอเอามาใส่ซองผ้าแล้วก็ไม่ค่อยเห็นลายค่ะ ดูเหมือนกันหมดจะบอกว่า เราเลือกร้านตัดชุดเจ้าสาวก่อนเลือกแบบชุดอีกละ (แต่ถ้าใครที่มีแบบชุดในดวงใจอยู่แล้ว ไม่ควรทำนะคะ เพราะบางทีสไตล์ของร้านกับแบบในใจเราอาจจะไม่ได้ไปในทางเดียวกัน – – อย่าเห็นแก่แพ็คเกจ หรือเห็นว่าชุดสวยก็เลือกเลย ต้องหาข้อมูลเยอะ ๆ ค่ะ)เราอ่านนิตยสาร WE บ่อย ๆ แล้วก็ถูกสไตล์ Minimal ของร้าน Saree Bridal Idea มาตั้งแต่แรก ชุดที่ปิ๊ง ๆ โดนใจเลย คือ แฟชั่นของ คุณคริส หอวัง เรียบ ๆ แต่น่ารักมาก คิดว่าซารีน่าจะทำสไตล์วินเทจแบบที่เราชอบได้ พอไปเดินงาน Woman Live ของ บ.อมรินทร์ (ความจริงก็บริษัทที่เราทำงานนั่นแหละ ไปเป็นสต๊าฟค่ะ) Saree ไปออกบูธด้วย เรากับคุณว่าที่ก็เลยเข้าไปคุย ตอนนั้นมีแพ็คเกจเช่าตัดชุดเจ้าสาว แถมเช่าตัดชุดเจ้าบ่าว แต่เราเช่าตัด 2 ชุด งานกทม. กับงานที่สิงห์บุรี เลยต่อรองว่าขอเอาชุดมาถ่ายพรีเวดดิ้ง (ในสตูดิโอ) ด้วย 1 วัน แล้วค่อยเอากลับไปคืนที่ร้านให้ทำความสะอาด วันจริงก็ใช้อีกวันค่ะพอเซ็นสัญญาตกลงกันเรียบร้อย พี่เดียร์ (เจ้าของและนักออกแบบของ Saree) บอกว่าตอนนี้ยังมีเวลา (เราไปติดต่อตั้งแต่เดือนกันยายน ก่อนได้ฤกษ์ แต่กะ ๆ กันว่าจะแต่งเดือนพฤษภาคม) ให้ลองหาแบบที่ชอบแล้วส่งอีเมล์มาคุยกันดูก่อน เดือนธันวาคมค่อยมาตกลงแบบกัน ช่วง 2-3 เดือนนั้น เรานั่งเปิดเว็บแต่งงานของฝรั่งทุกวันเป็นกิจวัตรเลยค่ะ ทั้ง martha stewart wedding, bride.com, ruffle blog, wedding project มีรูป reference เป็นตัน ๆ แต่ปรากฏว่าชุดที่ปิ๊งชุดแรก กลับเป็นชุดในละครไทยซะงั้นชุดแต่งงานของ คุณลอออร (อ้อม พิยะดา) กับท่านเจ้าคุณโยธาบดี ในเรื่องมาลัยสามชาย (ช่อง 5) ค่ะ ที่จริงกรี๊ดตั้งแต่ตัวบทประพันธ์ละ มาดูละครยิ่งกรี๊ด เพราะคอสตูมสวยมาก โดยเฉพาะชุดแต่งงานชุดนี้ เราเห็นแล้วใช่เลย เป็นชุดสั้น ดูวินเทจ แต่หรูหราปัญหาคือ ลุกส์กับหุ่นดิชั้นมันจะไม่เก๋อย่างคุณอ้อมนี่สิ พอส่งภาพให้พี่เดียร์ดูทางอีเมล์ พี่เดียร์ก็ให้ความเห็นกลับมาว่า “ชุดทรงนี้ ถ้าไม่ผอมจริง ๆ จะใส่ลำบากนะหนู เพราะนอกจากจะเป็นทรงตรงแล้ว ลูกไม้ยังยิบ ยิ่งจะส่งให้ดูอวบขึ้นอีกจ้า”โอเค…เรื่องอวบเรื่องใหญ่ หาแบบใหม่ค่ะ ^^! หลังจากนั่งหาชุดวินเทจอีกพักใหญ่ ก็เจอชุดเนื้อคู่ (อีกแล้ว) ในเว็บ ruffle blog เว็บรวมภาพแต่งงานแนววินเทจของฝรั่ง เห็นแล้วกรี๊ด น่ารัก ค้นลิงก์ดูเป็นชุดของ Justin Alexander เบอร์ 8465 ค่ะสาว ๆ ฝรั่งที่ชอบแนววินเทจกรี๊ดชุดนี้เหมือนเราเลย ส่งภาพไปให้พี่เดียร์ดู คราวนี้พี่เดียร์ไฟเขียนบอกว่า “ชุดนี้น่ารัก หุ่นไม่ผอมก็ยังใส่ได้ แต่อาจจะต้องปรับนิดหน่อยนะคะ” โอเค นัดวันไปไฟนอลแบบได้เลยค่า ^o^เราเขียนรีวิววันไฟนอลแบบที่ Saree (มีแบบตอนลองชุดยาวด้วย) ลองเข้าไปดูเพิ่มได้ที่นี่ค่ะ directory.weddingsquare.com สำหรับชุดงานกรุงเทพฯ เราขอเพิ่มแถบผ้าโปร่งด้านบน ไม่ให้เป็นชุดเกาะอก (รีเควสว่าที่คุณแม่สามีค่ะ) ส่วนพี่เดียร์ขอปรับแถบเข็มขัดให้เล็กลง เพื่อไม่เน้นให้เอวดูตัน กับร่นความยาวขึ้นไปอีกหน่อย ให้อยู่ประมาณใต้เข่า แต่ใส่สุ่มประมาณ 3 ชั้นให้กระโปรงบาน ๆ ฟู ๆ ใจจริงเราตอนนั้น อยากให้ชายของชุดยาวอีกหน่อย แต่ก็เห็นจริงอย่างพี่เดียร์ว่า ถ้าขืนยาวขนาดนั้นมันดูตัวตันแน่ ๆ เลยโอเคแบบสั้นค่ะตอนลองแบบผ้าดิบค่ะ ตอนนั้นเรายังกะความยาวจากสายตาไม่ค่อยเป็น คิดว่าน่าจะโอเคแล้ว (ความจริงถ้าจะเปลี่ยนใจอะไรเรื่องแบบชุด ควรจะเปลี่ยนตั้งแต่ตอนแบบผ้าดิบนะคะ ^^!) ทีนี้พอมาถึงตอนลองชุดจริง (ยังไม่ได้ปัก)ชุดน่ารักมาก ๆ แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันสั้นเกินไปจนดูเหมือนชุดงานกลางวัน ถามหลายคนก็ได้หลายความเห็น บางคนก็บอกโอเค บางคนก็บอกมันดูจืดไปหน่อย เครียดอยู่ 5 วัน สุดท้ายก็โทรไปหาพี่เดียร์ว่า ขอแก้แบบเถอะค่ะ หนูอยากได้ชายยาวกว่านี้ >_< พี่เดียร์ก็โอเค แต่ขอโทรถามทางช่างก่อนว่าจะสามารถต่อผ้าได้ (เราจะได้ไม่เสียเงิน) หรือต้องตัดผ้าใหม่ ปรากฏว่าถ้าต่อแล้วจะเสียทรงค่ะ เลยต้องตัดผ้าใหม่ทุกชั้น จ่ายค่าผ้าเพิ่มอีก 5 พันบาท แต่เราโอเค ขอให้ได้ชุดถูกใจละกัน ไหน ๆ เพิ่มแล้ว คราวนี้เลยขอเพิ่มแบบเต็มแม็กค่ะ จาก 23 นิ้วเป็น 33 นิ้ว เพิ่มมา 10 นิ้ว ยาวสะใจเลยทีนี้ อีก 1 เดือนมารับชุดที่เสร็จแล้วไปถ่ายพรีเวดดิ้งพอลองวันถ่ายจริงก็ค่อยแฮปปี้ ได้อย่างใจแล้วค่ะ ไม่อ้วนด้วย (เพราะพี่เดียร์ปรับทรงให้บานน้อยลง)ซูมด้านบน (อันนี้รูปวันลองชุดรอบสุดท้ายค่ะ)Wedding Shoes: SIRENA แบรนด์รองเท้าเจ้าสาวในฝัน ^^ ชอบตั้งแต่ตอนเห็นใน WE ละ ร้านเป็น co- กับซารีด้วย เลยได้เลือกรองเท้าพร้อม ๆ กับที่ลองแบบชุดค่ะ ด้วยความที่ชุดเราเป็นชุดที่เห็นรองเท้า เลยเลือกรองเท้าแบบที่มีดีเทล+น่ารักหน่อยพี่หน่อง พงศ์ศักดิ์ (ช่างแต่งหน้า) และพี่แดน ภูวดล (ช่างทำผม) เหมือนงานเช้าค่ะ พี่ ๆ มาช่วยรอบเช้ารอบเย็นเลย ขอบคุณมาก ๆเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ลองไปดูรอบ ๆ งานว่ามีอะไรบ้างนะคะ … Wedding Bears: Ring Boy & Flower Girl อันนี้เราเอามาจากการ์ตูนเรื่องโปรดค่ะ ไม่รู้มีใครเคยอ่านไหม V.B.Rose (ขอหัวใจเจ้าสาวในฝัน สนพ.บงกช) พระเอกของเรื่องเป็นนักออกแบบชุดแต่งงาน ส่วนนางเอกก็ชอบประดิดประดอยค่ะ เล่ม 2 จุดประกายเรามา ตอนที่นางเอกทำของขวัญให้พี่สาวที่จะแต่งงานเป็น Wedding Rabbitเรากับคุณว่าที่ก็มีลูกชายเป็นลูกหมี อายุ 4 ขวบ (เท่าปีที่คบกัน) คิดไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากให้หมีโหดได้มีส่วนร่วมในงานด้วย เลยได้ใช้เป็น Wedding Bear นี่แหละ จับคู่กับน้องสาว (ตุ๊กตาโมโมโกะของเรา เพิ่งได้มาหมาด ๆ จากญี่ปุ่น)เป็นเค้กสีขาว 7 ชั้น แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ด้านล่างเป็นเค้กวนิลา (ของจริงสำหรับตัดเสิร์ฟ) ปกติเค้กแต่งงานจะหวาน ๆ แข็ง ๆ ไม่ค่อยอร่อย แต่เค้กก้อนนี้มีแต่คนชมค่ะ (บ่าวสาวไม่ได้ชิมเลย) ต้องยกความดีให้ทางเชอราตันละนะPresentation : Short Film อลวนรัก นักสืบสาว (ตั้งชื่อเองหมาด ๆ ให้เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น – ฮา)พรีเซนต์เปิดตัวที่ขอให้เพื่อนผู้กำกับ (อดีตเพื่อนช่างภาพที่ทำงาน) ซึ่งไปเรียนต่อโท ภาควิชาภาพยนตร์ที่ ม.วาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ช่วยถ่าย+ตัดต่อให้ค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะทำหนังสั้น เล่าชีวิตสมัยมหาลัยฯ ของบ่าว-สาว ที่เดินสวนกันไปสวนกันมา แต่ไม่เคยเจอกัน แต่พอมาคุยเรื่องภาพ+วิธีการถ่ายทำแล้ว มันจะยากมาก (ไม่นับเรื่องต้องขออนุญาตเข้าไปถ่ายในมหาลัยฯ) สุดท้ายเลยล้ม Story board มานั่งคุยกันใหม่ ทำเป็นหนังสั้นที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตจริงไปเลย เอาหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคุยกัน ออกมาเป็นพล็อตหนังฟิล์มนัวร์ เรื่องราวของนักสืบสาวกับผู้จ้างวาน ที่มาจ้างให้เธอตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะพิเศษหลาย ๆ อย่างงานนี้ทำเสร็จด้วยฝีมือคน 3 คน คือ ผู้กำกับ (ถ่ายภาพ + ตัดต่อ + ใส่เสียงด้วย), เจ้าบ่าว (ฝ่ายสถานที่ + อุปกรณ์) และเจ้าสาว (คนเขียนบทร่วม + คอสตูม + เมคอัพ (ตัวเอง) ตัดต่อเสร็จแล้วมานั่งคุยกันอีกที “เฮ้ย…มันแนวมากเลยนะเนี่ย คนดูจะรู้เรื่องไหม” ปรากฏว่าส่วนใหญ่รู้เรื่องค่ะ แต่ผู้ใหญ่จะงง ๆ นิดหน่อย เพราะมันไม่เหมือนพรีเซนเทชั่นที่เห็นบ่อย ๆ (ได้ยินคำเปรย ๆ ว่า หนุ่มสาวเดี๋ยวนี้เขาทำอะไรแปลก ๆ กันดีนะ) แต่เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ชอบค่ะ – – ถือว่าเสมอตัวละมั้งผลพลอยได้ คือ เพื่อนผู้กำกับติดใจโลเกชั่นโฮมออฟฟิศของเจ้าบ่าว เลยมาถ่ายหนังสั้นอีกเรื่อง (ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องแรกเลย) กะจะทำเป็นหนังสั้นไตรภาค ฉายในงานเทศกาลหนังปีหน้าค่ะ ไว้ถ้าได้ฉายแล้ว จะเอาหนังสั้นของเรามาให้ชมแบบเต็ม ๆ นะคะหลังจากนั้นก็เปิดตัวบ่าว-สาวเข้างานค่ะSong : เส้นทางนี้ โดย เจี๊ยบ วรรธนา เพลงโปรดเจ้าสาว ชอบมาตั้งนานแล้ว เลยตั้งใจใส่มาเป็นเพลงเปิดตัว รู้สึกว่าจังหวะเข้ากับการเดิน และเข้ากับบุคลิกของคู่เราด้วย คือ ไม่หวานเจี๊ยบ เน้นน่ารัก + สบาย ๆ มากกว่าแอบเขินนิดหน่อย เลยติดรูปตอนกำลังก้มหน้า หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสั้น (อธิบายที่มาที่ไป – เผื่อแขกไม่เข้าใจ) แล้วก็เข้าสู่พิธีการค่ะ เชิญประธานในพิธีขึ้นมาสวมมาลัย กล่าวอวยพร แล้วดื่มอวยพรค่ะ (อย่าลืมเตรียมเพลงมหาฤกษ์มาด้วยนะคะ บางโรงแรมอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ เราใส่รวมมากับซีดีเพลงที่ใช้เปิดในพิธีเลยค่ะ)(Note: งานนี้เจ้าสาวอาจจะมีอาการ “ซึ้ง” จนน้ำตาไหลได้ ไม่ว่าคุณจะใจแข็งแค่ไหน ก็แนะนำว่าให้เตรียมผ้าเช็ดหน้า หรือทิชชู่ใส่กระเป๋าสูทเจ้าบ่าวไว้ ปลอดภัยที่สุดค่ะ ของเรากะว่ายังไง๊ยังไงก็คงไม่ร้อง ปรากฏตอนขอบคุณแม่นี่ทนไม่ไหว น้ำตาไหล – – น้ำตาไม่ไหลเปล่า เราร้องไห้แล้วน้ำมูกมันตามมาด้วยนี่สิ ต้องกลั้นแทบแย่ ดีนะถ่ายรูปออกมาแล้วไม่ติด (-__-! )Song: ครึ่งหนึ่ง ของ มูซู เพลงโปรดเจ้าบ่าวค่ะ (แบ่งกันคนละเพลง) เป็นเพลงที่เขาเปิดตอนสารภาพรักด้วย ^^// เพลงนี้ยาวใช้ได้เลย ตอนแรกกลัวว่าเพลงจะจบก่อนตัดเค้กไปให้แขกผู้ใหญ่กับพ่อแม่สองฝ่าย แต่ปรากฏว่าเพลงจบกำลังพอดี กลับมาบนเวทีเลยและแล้วก็มาถึงเวลาที่สาว ๆ ทุกคนรอคอย เจ้าสาวจะโยนดอกไม้แล้วจ้า พิธีกร (โสด) ทั้งสองคนขอตัวลงไปรอรับดอกไม้ บ่าว-สาวเลยถือไมค์แทน ด้วยความที่รีเควสเยอะจากหลายฝ่าย เราเลยขอให้ทางโรงแรมแบ่งช่อดอกไม้เป็นช่อเล็ก 3 ช่อ ไปกระจายออกกลางอากาศค่ะ ติดตรงที่เจ้าสาวโยนเบาไปหน่อย (ตอนนั้นกลัวดอกไม้จะปลิวไปตกลงโต๊ะจีน) + ช่อดอกไม้หนัก มันเลยตกอยู่แถวหน้าหมดเลย (ข้างหลังบ่นเซ็ง ^^!)โยนดอกไม้เสร็จก็จบพิธีการค่ะ บ่าวสาวลงจากเวที ไปเดินทักทายแขกตามโต๊ะ แอบแถมเพลงลงจากเวที กันและกัน จากหนังเรื่อง รักแห่งสยาม อันนี้ก็เพลงโปรดค่ะ แต่ไม่ได้ใส่ไว้ในสคริป แค่ใส่ไว้ในลิสต์เพลง แต่น้องเจ้าสาว (คนคุมคิว) เปิดให้อย่างรู้ใจ ตอนเราได้ยินนี่ยิ้มเลยถ่ายกับบรรยากาศภายในงานสักเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เป็นช่วงรอส่งแขกกลับค่ะ พอหมดพิธีการ แขกส่วนหนึ่งก็ทยอยกลับพอดี มีถ่ายภาพเก็บตกสำหรับท่านที่ยังไม่ได้ถ่ายตอนก่อนเริ่มงานอีกนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน ๆ ที่ทยอยกันมา เลยถ่ายไม่ครบทีมงานเริ่มตอน 6 โมงเย็น จบงานประมาณ 4 ทุ่ม เล่นเอาล้าไปเลยเหมือนกัน ต้องจัดการตัวเอง แกะกิ๊บ สระผม ล้างเครื่องสำอาง (อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ล้างเครื่องสำอางไปด้วยนะคะ) กว่าจะเสร็จแทบสลบเหมือด แต่ก็รู้สึกดีใจที่งานซึ่งเราเตรียมตัวมาร่วมครึ่งปีจบลงอย่างสวยงามความจริงงานเราก็ไม่ใช่งานใหญ่อลังการ แต่แค่ทุกอย่างที่ออกมาสมกับความตั้งใจ แขกทุกคนได้กินอิ่ม (และอาหารอร่อยมาก – – แต่บ่าวสาวไม่ได้กิน เพราะเหนื่อยเกิน) พ่อแม่และผู้ใหญ่มีความสุข เพื่อน ๆ ได้เฮฮา เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ สำหรับอีเวนท์ใหญ่ครั้งเดียวในชีวิตรีวิวนี้ขอบคุณคนมาหลายคนละ ก่อนจบขอขอบคุณคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ เจ้าบ่าว (คุณสามี) ที่เตรียมงานมาด้วยกัน เป็นคู่หูช่วยออกความเห็นทุกอย่าง และที่สำคัญให้กำลังใจในวันที่เราเหนื่อย จนวันนี้แต่งงานกันมาได้หลายเดือนแล้ว ก็ยังดูแลเรามากขึ้น และดีขึ้นทุกวันๆ ขอบคุณมากนะคะ

[NEW] เตรียมตัวจัดงานแต่งงาน อย่างไรให้ตรงใจคุณ | รองเท้า เจ้าสาว sirena – Sambeauty

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

         

เมื่อความรักสุกงอม คู่รักหลายคู่ก็เริ่มมองไปถึงอนาคตร่วมกัน และการแต่งงานก็คือจุดเริ่มต้นแห่งการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งสำหรับสาว ๆ ถือว่าวันแต่งงานเป็นวันสำคัญมาก ๆ ในชีวิต ใคร ๆ ก็อยากจะให้ออกมาเพอร์เฟคที่สุด และแน่นอนว่าต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวค่อนข้างนาน แต่เพื่อความสมบูรณ์แบบแล้ว ว่าที่เจ้าสาวยอมได้เสมอ

         

ดังนั้น

วันนี้กระปุกเวดดิ้งจึงมีตัวอย่างข้อมูลในการเตรียมจัดงานแต่งงานจาก

คุณ นะโอ

ที่ถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ ในการเตรียมตัวแต่งงาน…มาฝากว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกันค่ะ

การหาสถานที่และข้อมูลโรงแรม

         

งานเย็น ธีม

Oriental Vintage @ Royal Orchid Sheraton

[21 พฤษภาคม 2554] (แบ่งเป็นข้อมูลแต่ละส่วน เผื่อว่าที่เจ้าสาวท่านอื่นจะได้หาข้อมูลง่าย ๆ นะคะ)

          ระหว่างที่รอหาฤกษ์ เราก็ไปดูสถานที่กันก่อนเลยค่ะ ข้อกำหนดที่คิดกันไว้ คือ…

          1. งานในร่ม ตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นต้องเป็นห้องบอลลูมของโรงแรม

          2. มีบริการจัดโต๊ะจีน (ถ้าอร่อยด้วยก็จะดีมาก) รับแขกได้ประมาณ 400-500 คน (กะจำนวนแขกคร่าว ๆ กันแล้ว)

          3. เดินทางสะดวก

          หลังจากดูข้อกำหนดกันแล้ว ก็คิดว่าตัวเลือกที่เหมาะ น่าจะเป็นโรงแรมติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เท่าที่ดูข้อมูลติด Top 3 มีอยู่ 3 ที่ คือ แชงกริล่า (บางรัก), รอยัลออคิดเชอราตัน (สี่พระยา) และ มิลเลเนียม ฮิลตัน (คลองสาน) ซึ่งอยู่ในโซนเดียวกันหมดเลย ทุกที่มีคนคอมเมนท์ในอินเทอร์เน็ตดีพอ ๆ กัน อาหารก็อร่อยด้วย และหลังจากหาวันว่าง 1 วัน ไปเดินเซอร์เวย์กันทุกที่เลย (ไม่ได้นัดเซลล์ล่วงหน้าอีกต่างหาก ลากแตะ walk in กันเลยทีเดียว) แต่เซลล์ทุกที่ก็ดีมากค่ะ ช่วยแนะนำ+พาไปดูสถานที่ และให้ข้อมูลมาครบ เราก็กลับบ้านมานั่งชั่งข้อดี-ข้อเสียของแต่ละที่กัน

          ซึ่งหลังจากดูข้อดี-ข้อเสียกันแล้ว ก็คิดว่า รอยัล ออคิด เชอราตัน น่าจะเหมาะกับงานเราที่สุด ข้อดีอีกอย่าง คือ โฮมออฟฟิศของคุณว่าที่ก็อยู่ที่ตลาดน้อย (สี่พระยา) พอดี เวลาไปติดต่อโรงแรมก็สะดวก (วันที่ไปดู ก็เดินจากออฟฟิศไปกันค่ะ) แถมก่อนวันงาน เราก็เอาพร็อพไปเก็บไว้ที่ออฟฟิศก่อนได้

READ  Khuôn mặt tròn thì để kiểu tóc nào|Cao Gia Lộc dạy cắt uốn chi tiết 0968862562 | cách làm tóc cho khuôn mặt tròn mới nhất

          ฝ่ายเซลล์ คือ คุณอิง ดูแลดีมาก ๆ พูดคุยกันตั้งแต่แรกเลยว่า ในแพ็คเกจที่เราจ่าย เราจะได้อะไร หรือต้องเตรียมอะไรบ้าง (เช่น คนที่ดูแลปิด/เปิดเพลง) อะไรที่ทำไม่ได้หรือทำแล้วต้องเพิ่มเงิน คุณอิงก็จะแจ้งตั้งแต่ตอนตกลงกัน แต่อะไรที่จัดการให้ได้ (เจ้าหน้าที่ดูแลบนเวที, จัดหาน้ำให้ประธานบนเวที, คนดูแลตอนตัดเค้ก) คุณอิงก็จัดการให้อย่างใจ ทำให้งานออกมาราบรื่น

ธีมงานแต่งงาน

          ตอนแรกที่วางแผนกัน เราคิดว่าต้องจัดงานเลี้ยง 2 ที่ (ต้องจัดงานเลี้ยงที่สิงห์บุรีบ้านของเจ้าสาวด้วย) เลยกะว่างานที่กทม. น่าจะเป็นงานกลางวันหลังจากจัดพิธีจีนแล้ว เจ้าสาวเลยคิดว่าคงไม่เปลี่ยนชุดละ ใส่กี่เพ้าในงานเลี้ยงไปเลยละกัน ธีมแรกที่คิดไว้จึงเป็น Chinese Vintage ค่ะ เน้นสีแดงลูกท้อ-น้ำตาลเข้ม-เขียวอมฟ้า ดูจีน ๆ ให้เพื่อนเจ้าสาว+แขกสาว ๆ ในงานใส่กี่เพ้ากัน

          ปรากฏว่าทางผู้ใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะจัดเลี้ยงตอนกลางวัน เกรงว่าแขกหลาย ๆ ท่านจะไม่ค่อยสะดวก ขอจัดเป็นโต๊ะจีนตอนกลางคืนแล้วกัน พอเป็นงานกลางคืนจะใส่กี่เพ้าอีกก็คงแปลก ๆ ธีมที่คิดไว้เลยต้องขยับนิดหน่อย แต่เรายังอยากให้มีกลิ่นของธีมเดิมอยู่นิด ๆ เลยเปลี่ยนเป็น Oriental Vintage แทน คิดเองว่าเป็นวินเทจ แต่ไม่ใช่วินเทจฝรั่งที่สีฟ้า-ชมพู-ขาว เป็นวินเทจแบบตะวันออกที่เน้นสีเข้ม ๆ แดง-ส้ม-เขียว-น้ำตาล (ส่วนหนึ่งเนื่องจาก ดอกไม้สีเขียวอมฟ้าหายากค่ะ พอเป็นงานกลางคืนถูกย้อมด้วยไฟสีส้มแล้วมันก็จะกลายเป็นสีตุ่น ๆ ด้วย)

          น้ำแข็งสลักรูปหงส์คู่ (ที่จริงไม่ได้อยากมี แต่อยู่ในแพ็คเกจ) ตอนแรกอยากได้นกกระเรียนคู่ (ดูตะวันออกดี) แต่ตรงขามันยาว จะเปราะง่าย เลยเปลี่ยนเป็นหงส์คู่ค่ะ บอกคุณอิงว่าขอไม่เอาหงส์หันหน้าชนกันเป็นรูปหัวใจนะ เลยได้หงส์ว่ายน้ำคู่กันแบบนี้มา ละลายช้าดี จบงานแล้วยังไม่เสียทรงเลย

การ์ดแต่งงาน

          รบกวนรุ่นน้องนักวาดภาพประกอบที่ที่ทำงานช่วยวาดให้ค่ะ ขอน้องไว้นานแล้วว่าถ้าพี่จะแต่งงาน ช่วยวาดการ์ดให้หน่อยนะ พอได้ธีมมาก็เลยบอกน้องไปว่าขอสไตล์ตะวันออก ดูจีน ๆ หน่อย โจทย์ยากมาก แต่น้องก็ออกแบบมาให้ได้ถูกใจ เป็นลายดอกโบตั๋นสีแดง-เหลือง-เขียว บนพื้นสีครีมค่ะ

          Font : ฟอนต์ไทย

          โรงพิมพ์ : TN Image เทคนิคอิมเมจ (แยกมหานาค) โรงพิมพ์นี้ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ในออฟฟิศค่ะ พอดีน้องชายพี่เขาเพิ่งจัดงานแต่งงาน การ์ดเชิญเป็นแบบโปสการ์ด 5 x 7 นิ้ว กระดาษสีครีม ๆ หนา ๆ แบบที่เราอยากได้พอดีเป๊ะ (กระดาษ Eration สีขาว หนา 270 แกรม) ราคาแผ่นละ 11 บาท คุณจิมมี่ เซลล์ของโรงพิมพ์รับประกันว่า ถ้าไฟล์ที่ส่งมาไม่มีปัญหา งานพิมพ์ 10 วันก็เสร็จ

ของชำร่วย

          อันนี้สืบเนื่องมาจากธีม Chinese Vintage ค่ะ โอคุงเป็นคนชอบให้ของขวัญเป็นของใช้อยู่แล้ว ของชำร่วยในงานแต่งตัวเองก็เลยอยากให้เป็นของที่แขกเอาไปใช้ได้ด้วย ตอนแรกคิดเป็นช้อน-ส้อมคู่เล็ก ๆ (แบบช้อนกาแฟกับส้อมขนม) เป็นคู่ด้วย แต่กลัวว่าผู้ใหญ่จะถือเรื่องของมีคม
 
          คิดไปคิดมา ตะเกียบเนี่ยแหละเหมาะดี ต้องใช้เป็นคู่ แล้วก็ดูจีน ๆ ดีด้วย ใจเราอยากได้ตะเกียบเงิน (แน่นอนว่าแพงเกินสำหรับแจกแขก 2 งาน) เป็นตะเกียบแสตนเลสก็แล้วกัน
 
          ไปเดินดูกับแม่ที่พาหุรัด เดินเข้าเดินออกอยู่หลายร้าน เจอตะเกียบสแตนเสลส ราคามีตั้งแต่ 10 บาท – 20 บาท แต่แพ็คเกจก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ เลยเดินดูไปเรื่อย ๆ สุดท้ายมาเจอที่ร้าน

เจริญพร

(ร้านกระจกติดแอร์ค่ะ แถวนั้นมี 3 เจริญพรได้ ไม่รู้เจ้าของเดียวกันรึเปล่า) คู่ละ 13 บาท พร้อมซองผ้าโปร่งและ Tag ค่ะ เราเลือกซองผ้าโปร่งสีแดงอย่างเดียว

          ที่จริงอยากเลือกตะเกียบลายเดียวกันหมดด้วย (กันแขกขอหลายลาย เดี๋ยวของไม่พอ) แต่ที่ร้านบอกว่าตะเกียบจะมาเป็นแพ็ค ๆ คละลาย เราเลยบอกว่างั้นขอให้ทางร้านช่วยสกรีนไม่เอาลายที่มีสีดำ (ไม่เป็นมงคล) ก็แล้วกัน พอเอามาใส่ซองผ้าแล้วก็ไม่ค่อยเห็นลายค่ะ ดูเหมือนกันหมด 

ชุดแต่งงาน

         

มาถึงเรื่องใหญ่ของเจ้าสาว ชุดแต่งงานค่ะ >.< Wedding Costume (ชุดเจ้าสาว + สูทเจ้าบ่าว) : Saree Bridal Idea

          จะบอกว่า เราเลือกร้านตัดชุดเจ้าสาวก่อนเลือกแบบชุดอีกละ (แต่ถ้าใครที่มีแบบชุดในดวงใจอยู่แล้ว ไม่ควรทำนะคะ เพราะบางทีสไตล์ของร้านกับแบบในใจเราอาจจะไม่ได้ไปในทางเดียวกัน – – อย่าเห็นแก่แพ็คเกจ หรือเห็นว่าชุดสวยก็เลือกเลย ต้องหาข้อมูลเยอะ ๆ ค่ะ)

          เราอ่านนิตยสาร WE บ่อย ๆ แล้วก็ถูกสไตล์ Minimal ของร้าน Saree Bridal Idea มาตั้งแต่แรก ชุดที่ปิ๊ง ๆ โดนใจเลย คือ แฟชั่นของ คุณคริส หอวัง เรียบ ๆ แต่น่ารักมาก คิดว่าซารีน่าจะทำสไตล์วินเทจแบบที่เราชอบได้ พอไปเดินงาน Woman Live ของ บ.อมรินทร์ (ความจริงก็บริษัทที่เราทำงานนั่นแหละ ไปเป็นสต๊าฟค่ะ) Saree ไปออกบูธด้วย เรากับคุณว่าที่ก็เลยเข้าไปคุย ตอนนั้นมีแพ็คเกจเช่าตัดชุดเจ้าสาว แถมเช่าตัดชุดเจ้าบ่าว แต่เราเช่าตัด 2 ชุด งานกทม. กับงานที่สิงห์บุรี เลยต่อรองว่าขอเอาชุดมาถ่ายพรีเวดดิ้ง (ในสตูดิโอ) ด้วย 1 วัน แล้วค่อยเอากลับไปคืนที่ร้านให้ทำความสะอาด วันจริงก็ใช้อีกวันค่ะ

          พอเซ็นสัญญาตกลงกันเรียบร้อย พี่เดียร์ (เจ้าของและนักออกแบบของ Saree) บอกว่าตอนนี้ยังมีเวลา (เราไปติดต่อตั้งแต่เดือนกันยายน ก่อนได้ฤกษ์ แต่กะ ๆ กันว่าจะแต่งเดือนพฤษภาคม) ให้ลองหาแบบที่ชอบแล้วส่งอีเมล์มาคุยกันดูก่อน เดือนธันวาคมค่อยมาตกลงแบบกัน ช่วง 2-3 เดือนนั้น เรานั่งเปิดเว็บแต่งงานของฝรั่งทุกวันเป็นกิจวัตรเลยค่ะ ทั้ง martha stewart wedding, bride.com, ruffle blog, wedding project มีรูป reference เป็นตัน ๆ แต่ปรากฏว่าชุดที่ปิ๊งชุดแรก กลับเป็นชุดในละครไทยซะงั้น
 
          ชุดแต่งงานของ คุณลอออร (อ้อม พิยะดา) กับท่านเจ้าคุณโยธาบดี ในเรื่องมาลัยสามชาย (ช่อง 5) ค่ะ ที่จริงกรี๊ดตั้งแต่ตัวบทประพันธ์ละ มาดูละครยิ่งกรี๊ด เพราะคอสตูมสวยมาก โดยเฉพาะชุดแต่งงานชุดนี้ เราเห็นแล้วใช่เลย เป็นชุดสั้น ดูวินเทจ แต่หรูหรา

          ปัญหาคือ ลุกส์กับหุ่นดิชั้นมันจะไม่เก๋อย่างคุณอ้อมนี่สิ พอส่งภาพให้พี่เดียร์ดูทางอีเมล์ พี่เดียร์ก็ให้ความเห็นกลับมาว่า “ชุดทรงนี้ ถ้าไม่ผอมจริง ๆ จะใส่ลำบากนะหนู เพราะนอกจากจะเป็นทรงตรงแล้ว ลูกไม้ยังยิบ ยิ่งจะส่งให้ดูอวบขึ้นอีกจ้า”

          โอเค…เรื่องอวบเรื่องใหญ่ หาแบบใหม่ค่ะ ^^! หลังจากนั่งหาชุดวินเทจอีกพักใหญ่ ก็เจอชุดเนื้อคู่ (อีกแล้ว) ในเว็บ ruffle blog เว็บรวมภาพแต่งงานแนววินเทจของฝรั่ง เห็นแล้วกรี๊ด น่ารัก ค้นลิงก์ดูเป็นชุดของ Justin Alexander เบอร์ 8465 ค่ะ

          สาว ๆ ฝรั่งที่ชอบแนววินเทจกรี๊ดชุดนี้เหมือนเราเลย ส่งภาพไปให้พี่เดียร์ดู คราวนี้พี่เดียร์ไฟเขียนบอกว่า “ชุดนี้น่ารัก หุ่นไม่ผอมก็ยังใส่ได้ แต่อาจจะต้องปรับนิดหน่อยนะคะ” โอเค นัดวันไปไฟนอลแบบได้เลยค่า ^o^

          เราเขียนรีวิววันไฟนอลแบบที่ Saree (มีแบบตอนลองชุดยาวด้วย) ลองเข้าไปดูเพิ่มได้ที่นี่ค่ะ
 
          สำหรับชุดงานกรุงเทพฯ เราขอเพิ่มแถบผ้าโปร่งด้านบน ไม่ให้เป็นชุดเกาะอก (รีเควสว่าที่คุณแม่สามีค่ะ) ส่วนพี่เดียร์ขอปรับแถบเข็มขัดให้เล็กลง เพื่อไม่เน้นให้เอวดูตัน กับร่นความยาวขึ้นไปอีกหน่อย ให้อยู่ประมาณใต้เข่า แต่ใส่สุ่มประมาณ 3 ชั้นให้กระโปรงบาน ๆ ฟู ๆ ใจจริงเราตอนนั้น อยากให้ชายของชุดยาวอีกหน่อย แต่ก็เห็นจริงอย่างพี่เดียร์ว่า ถ้าขืนยาวขนาดนั้นมันดูตัวตันแน่ ๆ เลยโอเคแบบสั้นค่ะ

         ตอนลองแบบผ้าดิบค่ะ ตอนนั้นเรายังกะความยาวจากสายตาไม่ค่อยเป็น คิดว่าน่าจะโอเคแล้ว (ความจริงถ้าจะเปลี่ยนใจอะไรเรื่องแบบชุด ควรจะเปลี่ยนตั้งแต่ตอนแบบผ้าดิบนะคะ ^^!) ทีนี้พอมาถึงตอนลองชุดจริง (ยังไม่ได้ปัก)

          ชุดน่ารักมาก ๆ แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันสั้นเกินไปจนดูเหมือนชุดงานกลางวัน ถามหลายคนก็ได้หลายความเห็น บางคนก็บอกโอเค บางคนก็บอกมันดูจืดไปหน่อย เครียดอยู่ 5 วัน สุดท้ายก็โทรไปหาพี่เดียร์ว่า ขอแก้แบบเถอะค่ะ หนูอยากได้ชายยาวกว่านี้ >_< พี่เดียร์ก็โอเค แต่ขอโทรถามทางช่างก่อนว่าจะสามารถต่อผ้าได้ (เราจะได้ไม่เสียเงิน) หรือต้องตัดผ้าใหม่ ปรากฏว่าถ้าต่อแล้วจะเสียทรงค่ะ เลยต้องตัดผ้าใหม่ทุกชั้น จ่ายค่าผ้าเพิ่มอีก 5 พันบาท แต่เราโอเค ขอให้ได้ชุดถูกใจละกัน ไหน ๆ เพิ่มแล้ว คราวนี้เลยขอเพิ่มแบบเต็มแม็กค่ะ จาก 23 นิ้วเป็น 33 นิ้ว เพิ่มมา 10 นิ้ว ยาวสะใจเลยทีนี้ อีก 1 เดือนมารับชุดที่เสร็จแล้วไปถ่ายพรีเวดดิ้ง

          พอลองวันถ่ายจริงก็ค่อยแฮปปี้ ได้อย่างใจแล้วค่ะ ไม่อ้วนด้วย (เพราะพี่เดียร์ปรับทรงให้บานน้อยลง)

          ซูมด้านบน (อันนี้รูปวันลองชุดรอบสุดท้ายค่ะ)  

รองเท้าเจ้าสาว

          Wedding Shoes: SIRENA แบรนด์รองเท้าเจ้าสาวในฝัน ^^ ชอบตั้งแต่ตอนเห็นใน WE ละ ร้านเป็น co- กับซารีด้วย เลยได้เลือกรองเท้าพร้อม ๆ กับที่ลองแบบชุดค่ะ ด้วยความที่ชุดเราเป็นชุดที่เห็นรองเท้า เลยเลือกรองเท้าแบบที่มีดีเทล+น่ารักหน่อย

แต่งหน้า+ทำผม

          พี่หน่อง พงศ์ศักดิ์ (ช่างแต่งหน้า) และพี่แดน ภูวดล (ช่างทำผม) เหมือนงานเช้าค่ะ พี่ ๆ มาช่วยรอบเช้ารอบเย็นเลย ขอบคุณมาก ๆ

          รอบเย็นพี่แดนทำผมให้ต่างจากตอนถ่ายพรีเวดดิ้ง (ตอนนั้นเราทำผมเรียบ ๆ เพราะเป็นทรงที่ปรับมาจากชุดกี่เพ้า) คราวนี้พี่แดนม้วนผม แล้วก็ขยุ้มให้เป็นทรงเบา ๆ เก๋ ๆ (อธิบายไม่ถูก บอกได้แต่ว่าชอบมาก) ติดแฮร์พีซเข้าไปแล้ว ดูวินเทจสมใจ ส่วนเมคอัพพี่หน่องก็เลยแต่งให้เป็นแนวตุ๊กตา ติดขนตาปลอมทั้งบนล่าง เน้นตาสุด ๆ งานนี้เพื่อน ๆ มีแต่คนชมว่า “ตาเด้งมาก ๆ เลยแก” ขอบคุณพี่ ๆ มา ณ ทีนี้อีกครั้งค่ะ

การจัดตกแต่งสถานที่

          เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ลองไปดูรอบ ๆ งานว่ามีอะไรบ้างนะคะ … Wedding Bears: Ring Boy & Flower Girl อันนี้เราเอามาจากการ์ตูนเรื่องโปรดค่ะ ไม่รู้มีใครเคยอ่านไหม V.B.Rose (ขอหัวใจเจ้าสาวในฝัน สนพ.บงกช) พระเอกของเรื่องเป็นนักออกแบบชุดแต่งงาน ส่วนนางเอกก็ชอบประดิดประดอยค่ะ เล่ม 2 จุดประกายเรามา ตอนที่นางเอกทำของขวัญให้พี่สาวที่จะแต่งงานเป็น Wedding Rabbit

          เรากับคุณว่าที่ก็มีลูกชายเป็นลูกหมี อายุ 4 ขวบ (เท่าปีที่คบกัน) คิดไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากให้หมีโหดได้มีส่วนร่วมในงานด้วย เลยได้ใช้เป็น Wedding Bear นี่แหละ จับคู่กับน้องสาว (ตุ๊กตาโมโมโกะของเรา เพิ่งได้มาหมาด ๆ จากญี่ปุ่น)

สูทลูกชาย จาก Build A Bear เซ็นทรัลลาดพร้าว ใส่ได้พอดีเป๊ะเลย

          ชุด Flower Girl ของลูกสาว จาก Studio D* ร้านชุดตุ๊กตาของเพื่อน อุตส่าห์หอบหิ้วลูกสาวมาให้จากญี่ปุ่น แถมตัดชุดให้ด้วย ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

          ฟังแล้วกลัว จะหากล่องมาใส่ก็ไม่สวย เลยไปเดิน JJ กับคุณว่าที่ หากรงแนววินเทจ (สีขาว) มาพ่นสีน้ำตาลให้เข้ากับธีม แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ให้ลูก ๆ อยู่อย่างปลอดภัย

ด้วยความที่ลูกสาวตัวเล็ก ตั้งไว้ที่โต๊ะลงทะเบียนก็กลัวจะถูกโฉบวูบไปไม่รู้ตัว แถมเพื่อน ๆ ในห้องเจ้าสาว พฤษภาคม 2554 มาเล่าว่า มีเจ้าสาวคนหนึ่งเอาตุ๊กตาหมีของรักของหวงไปตั้งในงาน แล้วถูกโฉบหาย ราคาน่ะไม่เท่าไหร่ แต่คุณค่าทางจิตใจประเมินไม่ได้ฟังแล้วกลัว จะหากล่องมาใส่ก็ไม่สวย เลยไปเดิน JJ กับคุณว่าที่ หากรงแนววินเทจ (สีขาว) มาพ่นสีน้ำตาลให้เข้ากับธีม แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ให้ลูก ๆ อยู่อย่างปลอดภัย

สูทลูกชาย จาก Build A Bear เซ็นทรัลลาดพร้าว ใส่ได้พอดีเป๊ะเลย

เค้กแต่งงาน

          เป็นเค้กสีขาว 7 ชั้น แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ด้านล่างเป็นเค้กวนิลา (ของจริงสำหรับตัดเสิร์ฟ) ปกติเค้กแต่งงานจะหวาน ๆ แข็ง ๆ ไม่ค่อยอร่อย แต่เค้กก้อนนี้มีแต่คนชมค่ะ (บ่าวสาวไม่ได้ชิมเลย) ต้องยกความดีให้ทางเชอราตันละนะ

Presentation

          Presentation : Short Film อลวนรัก นักสืบสาว (ตั้งชื่อเองหมาด ๆ ให้เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น – ฮา)

          พรีเซนต์เปิดตัวที่ขอให้เพื่อนผู้กำกับ (อดีตเพื่อนช่างภาพที่ทำงาน) ซึ่งไปเรียนต่อโท ภาควิชาภาพยนตร์ที่ ม.วาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ช่วยถ่าย+ตัดต่อให้ค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะทำหนังสั้น เล่าชีวิตสมัยมหาลัยฯ ของบ่าว-สาว ที่เดินสวนกันไปสวนกันมา แต่ไม่เคยเจอกัน แต่พอมาคุยเรื่องภาพ+วิธีการถ่ายทำแล้ว มันจะยากมาก (ไม่นับเรื่องต้องขออนุญาตเข้าไปถ่ายในมหาลัยฯ) สุดท้ายเลยล้ม Story board มานั่งคุยกันใหม่ ทำเป็นหนังสั้นที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตจริงไปเลย เอาหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคุยกัน ออกมาเป็นพล็อตหนังฟิล์มนัวร์ เรื่องราวของนักสืบสาวกับผู้จ้างวาน ที่มาจ้างให้เธอตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะพิเศษหลาย ๆ อย่าง

          งานนี้ทำเสร็จด้วยฝีมือคน 3 คน คือ ผู้กำกับ (ถ่ายภาพ + ตัดต่อ + ใส่เสียงด้วย), เจ้าบ่าว (ฝ่ายสถานที่ + อุปกรณ์) และเจ้าสาว (คนเขียนบทร่วม + คอสตูม + เมคอัพ (ตัวเอง) ตัดต่อเสร็จแล้วมานั่งคุยกันอีกที “เฮ้ย…มันแนวมากเลยนะเนี่ย คนดูจะรู้เรื่องไหม” ปรากฏว่าส่วนใหญ่รู้เรื่องค่ะ แต่ผู้ใหญ่จะงง ๆ นิดหน่อย เพราะมันไม่เหมือนพรีเซนเทชั่นที่เห็นบ่อย ๆ (ได้ยินคำเปรย ๆ ว่า หนุ่มสาวเดี๋ยวนี้เขาทำอะไรแปลก ๆ กันดีนะ)  แต่เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ชอบค่ะ – – ถือว่าเสมอตัวละมั้ง

          ผลพลอยได้ คือ เพื่อนผู้กำกับติดใจโลเกชั่นโฮมออฟฟิศของเจ้าบ่าว เลยมาถ่ายหนังสั้นอีกเรื่อง (ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องแรกเลย) กะจะทำเป็นหนังสั้นไตรภาค ฉายในงานเทศกาลหนังปีหน้าค่ะ ไว้ถ้าได้ฉายแล้ว จะเอาหนังสั้นของเรามาให้ชมแบบเต็ม ๆ นะคะ

เพลงแต่งงาน

          หลังจากนั้นก็เปิดตัวบ่าว-สาวเข้างานค่ะ

          Song :

          แอบเขินนิดหน่อย เลยติดรูปตอนกำลังก้มหน้า หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสั้น (อธิบายที่มาที่ไป – เผื่อแขกไม่เข้าใจ) แล้วก็เข้าสู่พิธีการค่ะ เชิญประธานในพิธีขึ้นมาสวมมาลัย กล่าวอวยพร แล้วดื่มอวยพรค่ะ (อย่าลืมเตรียมเพลงมหาฤกษ์มาด้วยนะคะ บางโรงแรมอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ เราใส่รวมมากับซีดีเพลงที่ใช้เปิดในพิธีเลยค่ะ)

สัมภาษณ์ความรู้สึกกันเล็กน้อย แล้วก็ตัดเค้ก

          (Note: งานนี้เจ้าสาวอาจจะมีอาการ “ซึ้ง” จนน้ำตาไหลได้ ไม่ว่าคุณจะใจแข็งแค่ไหน ก็แนะนำว่าให้เตรียมผ้าเช็ดหน้า หรือทิชชู่ใส่กระเป๋าสูทเจ้าบ่าวไว้ ปลอดภัยที่สุดค่ะ ของเรากะว่ายังไง๊ยังไงก็คงไม่ร้อง ปรากฏตอนขอบคุณแม่นี่ทนไม่ไหว น้ำตาไหล – – น้ำตาไม่ไหลเปล่า เราร้องไห้แล้วน้ำมูกมันตามมาด้วยนี่สิ ต้องกลั้นแทบแย่ ดีนะถ่ายรูปออกมาแล้วไม่ติด (-__-! )

          Song:

          และแล้วก็มาถึงเวลาที่สาว ๆ ทุกคนรอคอย เจ้าสาวจะโยนดอกไม้แล้วจ้า พิธีกร (โสด) ทั้งสองคนขอตัวลงไปรอรับดอกไม้ บ่าว-สาวเลยถือไมค์แทน ด้วยความที่รีเควสเยอะจากหลายฝ่าย เราเลยขอให้ทางโรงแรมแบ่งช่อดอกไม้เป็นช่อเล็ก 3 ช่อ ไปกระจายออกกลางอากาศค่ะ ติดตรงที่เจ้าสาวโยนเบาไปหน่อย (ตอนนั้นกลัวดอกไม้จะปลิวไปตกลงโต๊ะจีน) + ช่อดอกไม้หนัก มันเลยตกอยู่แถวหน้าหมดเลย (ข้างหลังบ่นเซ็ง ^^!)

          ถ่ายกับบรรยากาศภายในงานสักเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เป็นช่วงรอส่งแขกกลับค่ะ พอหมดพิธีการ แขกส่วนหนึ่งก็ทยอยกลับพอดี มีถ่ายภาพเก็บตกสำหรับท่านที่ยังไม่ได้ถ่ายตอนก่อนเริ่มงานอีกนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน ๆ ที่ทยอยกันมา เลยถ่ายไม่ครบทีม

          งานเริ่มตอน 6 โมงเย็น จบงานประมาณ 4 ทุ่ม เล่นเอาล้าไปเลยเหมือนกัน ต้องจัดการตัวเอง แกะกิ๊บ สระผม ล้างเครื่องสำอาง (อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ล้างเครื่องสำอางไปด้วยนะคะ) กว่าจะเสร็จแทบสลบเหมือด แต่ก็รู้สึกดีใจที่งานซึ่งเราเตรียมตัวมาร่วมครึ่งปีจบลงอย่างสวยงาม

          ความจริงงานเราก็ไม่ใช่งานใหญ่อลังการ แต่แค่ทุกอย่างที่ออกมาสมกับความตั้งใจ แขกทุกคนได้กินอิ่ม (และอาหารอร่อยมาก – – แต่บ่าวสาวไม่ได้กิน เพราะเหนื่อยเกิน) พ่อแม่และผู้ใหญ่มีความสุข เพื่อน ๆ ได้เฮฮา เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ สำหรับอีเวนท์ใหญ่ครั้งเดียวในชีวิต

          รีวิวนี้ขอบคุณคนมาหลายคนละ ก่อนจบขอขอบคุณคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ เจ้าบ่าว (คุณสามี) ที่เตรียมงานมาด้วยกัน เป็นคู่หูช่วยออกความเห็นทุกอย่าง และที่สำคัญให้กำลังใจในวันที่เราเหนื่อย จนวันนี้แต่งงานกันมาได้หลายเดือนแล้ว ก็ยังดูแลเรามากขึ้น และดีขึ้นทุกวันๆ ขอบคุณมากนะคะ

       

   ได้ทราบข้อมูลดี ๆ จากรีวิวของ คุณนะโอ กันแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวที่กำลังเตรียมตัวจะแต่งงานได้บ้าง ถ้าหากมีข้อมูลดี ๆ ในเรื่องการเตรียมตัวจัดงานแต่งงานของเพื่อน ๆ ท่านอื่น ๆ อีก กระปุกเวดดิ้งจะนำมาฝากกันอีกแน่นอน สุขสันต์วันวิวาห์ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ นะโอ งานเย็น ธีม[21 พฤษภาคม 2554] (แบ่งเป็นข้อมูลแต่ละส่วน เผื่อว่าที่เจ้าสาวท่านอื่นจะได้หาข้อมูลง่าย ๆ นะคะ)ระหว่างที่รอหาฤกษ์ เราก็ไปดูสถานที่กันก่อนเลยค่ะ ข้อกำหนดที่คิดกันไว้ คือ…1. งานในร่ม ตอนกลางคืน เพราะฉะนั้นต้องเป็นห้องบอลลูมของโรงแรม2. มีบริการจัดโต๊ะจีน (ถ้าอร่อยด้วยก็จะดีมาก) รับแขกได้ประมาณ 400-500 คน (กะจำนวนแขกคร่าว ๆ กันแล้ว)3. เดินทางสะดวกหลังจากดูข้อกำหนดกันแล้ว ก็คิดว่าตัวเลือกที่เหมาะ น่าจะเป็นโรงแรมติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เท่าที่ดูข้อมูลติด Top 3 มีอยู่ 3 ที่ คือ แชงกริล่า (บางรัก), รอยัลออคิดเชอราตัน (สี่พระยา) และ มิลเลเนียม ฮิลตัน (คลองสาน) ซึ่งอยู่ในโซนเดียวกันหมดเลย ทุกที่มีคนคอมเมนท์ในอินเทอร์เน็ตดีพอ ๆ กัน อาหารก็อร่อยด้วย และหลังจากหาวันว่าง 1 วัน ไปเดินเซอร์เวย์กันทุกที่เลย (ไม่ได้นัดเซลล์ล่วงหน้าอีกต่างหาก ลากแตะ walk in กันเลยทีเดียว) แต่เซลล์ทุกที่ก็ดีมากค่ะ ช่วยแนะนำ+พาไปดูสถานที่ และให้ข้อมูลมาครบ เราก็กลับบ้านมานั่งชั่งข้อดี-ข้อเสียของแต่ละที่กันซึ่งหลังจากดูข้อดี-ข้อเสียกันแล้ว ก็คิดว่า รอยัล ออคิด เชอราตัน น่าจะเหมาะกับงานเราที่สุด ข้อดีอีกอย่าง คือ โฮมออฟฟิศของคุณว่าที่ก็อยู่ที่ตลาดน้อย (สี่พระยา) พอดี เวลาไปติดต่อโรงแรมก็สะดวก (วันที่ไปดู ก็เดินจากออฟฟิศไปกันค่ะ) แถมก่อนวันงาน เราก็เอาพร็อพไปเก็บไว้ที่ออฟฟิศก่อนได้ฝ่ายเซลล์ คือ คุณอิง ดูแลดีมาก ๆ พูดคุยกันตั้งแต่แรกเลยว่า ในแพ็คเกจที่เราจ่าย เราจะได้อะไร หรือต้องเตรียมอะไรบ้าง (เช่น คนที่ดูแลปิด/เปิดเพลง) อะไรที่ทำไม่ได้หรือทำแล้วต้องเพิ่มเงิน คุณอิงก็จะแจ้งตั้งแต่ตอนตกลงกัน แต่อะไรที่จัดการให้ได้ (เจ้าหน้าที่ดูแลบนเวที, จัดหาน้ำให้ประธานบนเวที, คนดูแลตอนตัดเค้ก) คุณอิงก็จัดการให้อย่างใจ ทำให้งานออกมาราบรื่นตอนแรกที่วางแผนกัน เราคิดว่าต้องจัดงานเลี้ยง 2 ที่ (ต้องจัดงานเลี้ยงที่สิงห์บุรีบ้านของเจ้าสาวด้วย) เลยกะว่างานที่กทม. น่าจะเป็นงานกลางวันหลังจากจัดพิธีจีนแล้ว เจ้าสาวเลยคิดว่าคงไม่เปลี่ยนชุดละ ใส่กี่เพ้าในงานเลี้ยงไปเลยละกัน ธีมแรกที่คิดไว้จึงเป็น Chinese Vintage ค่ะ เน้นสีแดงลูกท้อ-น้ำตาลเข้ม-เขียวอมฟ้า ดูจีน ๆ ให้เพื่อนเจ้าสาว+แขกสาว ๆ ในงานใส่กี่เพ้ากันปรากฏว่าทางผู้ใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะจัดเลี้ยงตอนกลางวัน เกรงว่าแขกหลาย ๆ ท่านจะไม่ค่อยสะดวก ขอจัดเป็นโต๊ะจีนตอนกลางคืนแล้วกัน พอเป็นงานกลางคืนจะใส่กี่เพ้าอีกก็คงแปลก ๆ ธีมที่คิดไว้เลยต้องขยับนิดหน่อย แต่เรายังอยากให้มีกลิ่นของธีมเดิมอยู่นิด ๆ เลยเปลี่ยนเป็น Oriental Vintage แทน คิดเองว่าเป็นวินเทจ แต่ไม่ใช่วินเทจฝรั่งที่สีฟ้า-ชมพู-ขาว เป็นวินเทจแบบตะวันออกที่เน้นสีเข้ม ๆ แดง-ส้ม-เขียว-น้ำตาล (ส่วนหนึ่งเนื่องจาก ดอกไม้สีเขียวอมฟ้าหายากค่ะ พอเป็นงานกลางคืนถูกย้อมด้วยไฟสีส้มแล้วมันก็จะกลายเป็นสีตุ่น ๆ ด้วย)น้ำแข็งสลักรูปหงส์คู่ (ที่จริงไม่ได้อยากมี แต่อยู่ในแพ็คเกจ) ตอนแรกอยากได้นกกระเรียนคู่ (ดูตะวันออกดี) แต่ตรงขามันยาว จะเปราะง่าย เลยเปลี่ยนเป็นหงส์คู่ค่ะ บอกคุณอิงว่าขอไม่เอาหงส์หันหน้าชนกันเป็นรูปหัวใจนะ เลยได้หงส์ว่ายน้ำคู่กันแบบนี้มา ละลายช้าดี จบงานแล้วยังไม่เสียทรงเลยรบกวนรุ่นน้องนักวาดภาพประกอบที่ที่ทำงานช่วยวาดให้ค่ะ ขอน้องไว้นานแล้วว่าถ้าพี่จะแต่งงาน ช่วยวาดการ์ดให้หน่อยนะ พอได้ธีมมาก็เลยบอกน้องไปว่าขอสไตล์ตะวันออก ดูจีน ๆ หน่อย โจทย์ยากมาก แต่น้องก็ออกแบบมาให้ได้ถูกใจ เป็นลายดอกโบตั๋นสีแดง-เหลือง-เขียว บนพื้นสีครีมค่ะFont : ฟอนต์ไทย www.f0nt.com / ฟอนต์ภาษาอังกฤษ www.dafont.com เจ้าสาวนั่งหาฟอนต์เอง (แต่ปรึกษากับเจ้าบ่าว + น้องคนออกแบบการ์ดด้วย)โรงพิมพ์ : TN Image เทคนิคอิมเมจ (แยกมหานาค) โรงพิมพ์นี้ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ในออฟฟิศค่ะ พอดีน้องชายพี่เขาเพิ่งจัดงานแต่งงาน การ์ดเชิญเป็นแบบโปสการ์ด 5 x 7 นิ้ว กระดาษสีครีม ๆ หนา ๆ แบบที่เราอยากได้พอดีเป๊ะ (กระดาษ Eration สีขาว หนา 270 แกรม) ราคาแผ่นละ 11 บาท คุณจิมมี่ เซลล์ของโรงพิมพ์รับประกันว่า ถ้าไฟล์ที่ส่งมาไม่มีปัญหา งานพิมพ์ 10 วันก็เสร็จอันนี้สืบเนื่องมาจากธีม Chinese Vintage ค่ะ โอคุงเป็นคนชอบให้ของขวัญเป็นของใช้อยู่แล้ว ของชำร่วยในงานแต่งตัวเองก็เลยอยากให้เป็นของที่แขกเอาไปใช้ได้ด้วย ตอนแรกคิดเป็นช้อน-ส้อมคู่เล็ก ๆ (แบบช้อนกาแฟกับส้อมขนม) เป็นคู่ด้วย แต่กลัวว่าผู้ใหญ่จะถือเรื่องของมีคมคิดไปคิดมา ตะเกียบเนี่ยแหละเหมาะดี ต้องใช้เป็นคู่ แล้วก็ดูจีน ๆ ดีด้วย ใจเราอยากได้ตะเกียบเงิน (แน่นอนว่าแพงเกินสำหรับแจกแขก 2 งาน) เป็นตะเกียบแสตนเลสก็แล้วกันไปเดินดูกับแม่ที่พาหุรัด เดินเข้าเดินออกอยู่หลายร้าน เจอตะเกียบสแตนเสลส ราคามีตั้งแต่ 10 บาท – 20 บาท แต่แพ็คเกจก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ เลยเดินดูไปเรื่อย ๆ สุดท้ายมาเจอที่ร้าน(ร้านกระจกติดแอร์ค่ะ แถวนั้นมี 3 เจริญพรได้ ไม่รู้เจ้าของเดียวกันรึเปล่า) คู่ละ 13 บาท พร้อมซองผ้าโปร่งและ Tag ค่ะ เราเลือกซองผ้าโปร่งสีแดงอย่างเดียวที่จริงอยากเลือกตะเกียบลายเดียวกันหมดด้วย (กันแขกขอหลายลาย เดี๋ยวของไม่พอ) แต่ที่ร้านบอกว่าตะเกียบจะมาเป็นแพ็ค ๆ คละลาย เราเลยบอกว่างั้นขอให้ทางร้านช่วยสกรีนไม่เอาลายที่มีสีดำ (ไม่เป็นมงคล) ก็แล้วกัน พอเอามาใส่ซองผ้าแล้วก็ไม่ค่อยเห็นลายค่ะ ดูเหมือนกันหมดจะบอกว่า เราเลือกร้านตัดชุดเจ้าสาวก่อนเลือกแบบชุดอีกละ (แต่ถ้าใครที่มีแบบชุดในดวงใจอยู่แล้ว ไม่ควรทำนะคะ เพราะบางทีสไตล์ของร้านกับแบบในใจเราอาจจะไม่ได้ไปในทางเดียวกัน – – อย่าเห็นแก่แพ็คเกจ หรือเห็นว่าชุดสวยก็เลือกเลย ต้องหาข้อมูลเยอะ ๆ ค่ะ)เราอ่านนิตยสาร WE บ่อย ๆ แล้วก็ถูกสไตล์ Minimal ของร้าน Saree Bridal Idea มาตั้งแต่แรก ชุดที่ปิ๊ง ๆ โดนใจเลย คือ แฟชั่นของ คุณคริส หอวัง เรียบ ๆ แต่น่ารักมาก คิดว่าซารีน่าจะทำสไตล์วินเทจแบบที่เราชอบได้ พอไปเดินงาน Woman Live ของ บ.อมรินทร์ (ความจริงก็บริษัทที่เราทำงานนั่นแหละ ไปเป็นสต๊าฟค่ะ) Saree ไปออกบูธด้วย เรากับคุณว่าที่ก็เลยเข้าไปคุย ตอนนั้นมีแพ็คเกจเช่าตัดชุดเจ้าสาว แถมเช่าตัดชุดเจ้าบ่าว แต่เราเช่าตัด 2 ชุด งานกทม. กับงานที่สิงห์บุรี เลยต่อรองว่าขอเอาชุดมาถ่ายพรีเวดดิ้ง (ในสตูดิโอ) ด้วย 1 วัน แล้วค่อยเอากลับไปคืนที่ร้านให้ทำความสะอาด วันจริงก็ใช้อีกวันค่ะพอเซ็นสัญญาตกลงกันเรียบร้อย พี่เดียร์ (เจ้าของและนักออกแบบของ Saree) บอกว่าตอนนี้ยังมีเวลา (เราไปติดต่อตั้งแต่เดือนกันยายน ก่อนได้ฤกษ์ แต่กะ ๆ กันว่าจะแต่งเดือนพฤษภาคม) ให้ลองหาแบบที่ชอบแล้วส่งอีเมล์มาคุยกันดูก่อน เดือนธันวาคมค่อยมาตกลงแบบกัน ช่วง 2-3 เดือนนั้น เรานั่งเปิดเว็บแต่งงานของฝรั่งทุกวันเป็นกิจวัตรเลยค่ะ ทั้ง martha stewart wedding, bride.com, ruffle blog, wedding project มีรูป reference เป็นตัน ๆ แต่ปรากฏว่าชุดที่ปิ๊งชุดแรก กลับเป็นชุดในละครไทยซะงั้นชุดแต่งงานของ คุณลอออร (อ้อม พิยะดา) กับท่านเจ้าคุณโยธาบดี ในเรื่องมาลัยสามชาย (ช่อง 5) ค่ะ ที่จริงกรี๊ดตั้งแต่ตัวบทประพันธ์ละ มาดูละครยิ่งกรี๊ด เพราะคอสตูมสวยมาก โดยเฉพาะชุดแต่งงานชุดนี้ เราเห็นแล้วใช่เลย เป็นชุดสั้น ดูวินเทจ แต่หรูหราปัญหาคือ ลุกส์กับหุ่นดิชั้นมันจะไม่เก๋อย่างคุณอ้อมนี่สิ พอส่งภาพให้พี่เดียร์ดูทางอีเมล์ พี่เดียร์ก็ให้ความเห็นกลับมาว่า “ชุดทรงนี้ ถ้าไม่ผอมจริง ๆ จะใส่ลำบากนะหนู เพราะนอกจากจะเป็นทรงตรงแล้ว ลูกไม้ยังยิบ ยิ่งจะส่งให้ดูอวบขึ้นอีกจ้า”โอเค…เรื่องอวบเรื่องใหญ่ หาแบบใหม่ค่ะ ^^! หลังจากนั่งหาชุดวินเทจอีกพักใหญ่ ก็เจอชุดเนื้อคู่ (อีกแล้ว) ในเว็บ ruffle blog เว็บรวมภาพแต่งงานแนววินเทจของฝรั่ง เห็นแล้วกรี๊ด น่ารัก ค้นลิงก์ดูเป็นชุดของ Justin Alexander เบอร์ 8465 ค่ะสาว ๆ ฝรั่งที่ชอบแนววินเทจกรี๊ดชุดนี้เหมือนเราเลย ส่งภาพไปให้พี่เดียร์ดู คราวนี้พี่เดียร์ไฟเขียนบอกว่า “ชุดนี้น่ารัก หุ่นไม่ผอมก็ยังใส่ได้ แต่อาจจะต้องปรับนิดหน่อยนะคะ” โอเค นัดวันไปไฟนอลแบบได้เลยค่า ^o^เราเขียนรีวิววันไฟนอลแบบที่ Saree (มีแบบตอนลองชุดยาวด้วย) ลองเข้าไปดูเพิ่มได้ที่นี่ค่ะ directory.weddingsquare.com สำหรับชุดงานกรุงเทพฯ เราขอเพิ่มแถบผ้าโปร่งด้านบน ไม่ให้เป็นชุดเกาะอก (รีเควสว่าที่คุณแม่สามีค่ะ) ส่วนพี่เดียร์ขอปรับแถบเข็มขัดให้เล็กลง เพื่อไม่เน้นให้เอวดูตัน กับร่นความยาวขึ้นไปอีกหน่อย ให้อยู่ประมาณใต้เข่า แต่ใส่สุ่มประมาณ 3 ชั้นให้กระโปรงบาน ๆ ฟู ๆ ใจจริงเราตอนนั้น อยากให้ชายของชุดยาวอีกหน่อย แต่ก็เห็นจริงอย่างพี่เดียร์ว่า ถ้าขืนยาวขนาดนั้นมันดูตัวตันแน่ ๆ เลยโอเคแบบสั้นค่ะตอนลองแบบผ้าดิบค่ะ ตอนนั้นเรายังกะความยาวจากสายตาไม่ค่อยเป็น คิดว่าน่าจะโอเคแล้ว (ความจริงถ้าจะเปลี่ยนใจอะไรเรื่องแบบชุด ควรจะเปลี่ยนตั้งแต่ตอนแบบผ้าดิบนะคะ ^^!) ทีนี้พอมาถึงตอนลองชุดจริง (ยังไม่ได้ปัก)ชุดน่ารักมาก ๆ แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันสั้นเกินไปจนดูเหมือนชุดงานกลางวัน ถามหลายคนก็ได้หลายความเห็น บางคนก็บอกโอเค บางคนก็บอกมันดูจืดไปหน่อย เครียดอยู่ 5 วัน สุดท้ายก็โทรไปหาพี่เดียร์ว่า ขอแก้แบบเถอะค่ะ หนูอยากได้ชายยาวกว่านี้ >_< พี่เดียร์ก็โอเค แต่ขอโทรถามทางช่างก่อนว่าจะสามารถต่อผ้าได้ (เราจะได้ไม่เสียเงิน) หรือต้องตัดผ้าใหม่ ปรากฏว่าถ้าต่อแล้วจะเสียทรงค่ะ เลยต้องตัดผ้าใหม่ทุกชั้น จ่ายค่าผ้าเพิ่มอีก 5 พันบาท แต่เราโอเค ขอให้ได้ชุดถูกใจละกัน ไหน ๆ เพิ่มแล้ว คราวนี้เลยขอเพิ่มแบบเต็มแม็กค่ะ จาก 23 นิ้วเป็น 33 นิ้ว เพิ่มมา 10 นิ้ว ยาวสะใจเลยทีนี้ อีก 1 เดือนมารับชุดที่เสร็จแล้วไปถ่ายพรีเวดดิ้งพอลองวันถ่ายจริงก็ค่อยแฮปปี้ ได้อย่างใจแล้วค่ะ ไม่อ้วนด้วย (เพราะพี่เดียร์ปรับทรงให้บานน้อยลง)ซูมด้านบน (อันนี้รูปวันลองชุดรอบสุดท้ายค่ะ)Wedding Shoes: SIRENA แบรนด์รองเท้าเจ้าสาวในฝัน ^^ ชอบตั้งแต่ตอนเห็นใน WE ละ ร้านเป็น co- กับซารีด้วย เลยได้เลือกรองเท้าพร้อม ๆ กับที่ลองแบบชุดค่ะ ด้วยความที่ชุดเราเป็นชุดที่เห็นรองเท้า เลยเลือกรองเท้าแบบที่มีดีเทล+น่ารักหน่อยพี่หน่อง พงศ์ศักดิ์ (ช่างแต่งหน้า) และพี่แดน ภูวดล (ช่างทำผม) เหมือนงานเช้าค่ะ พี่ ๆ มาช่วยรอบเช้ารอบเย็นเลย ขอบคุณมาก ๆเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ลองไปดูรอบ ๆ งานว่ามีอะไรบ้างนะคะ … Wedding Bears: Ring Boy & Flower Girl อันนี้เราเอามาจากการ์ตูนเรื่องโปรดค่ะ ไม่รู้มีใครเคยอ่านไหม V.B.Rose (ขอหัวใจเจ้าสาวในฝัน สนพ.บงกช) พระเอกของเรื่องเป็นนักออกแบบชุดแต่งงาน ส่วนนางเอกก็ชอบประดิดประดอยค่ะ เล่ม 2 จุดประกายเรามา ตอนที่นางเอกทำของขวัญให้พี่สาวที่จะแต่งงานเป็น Wedding Rabbitเรากับคุณว่าที่ก็มีลูกชายเป็นลูกหมี อายุ 4 ขวบ (เท่าปีที่คบกัน) คิดไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากให้หมีโหดได้มีส่วนร่วมในงานด้วย เลยได้ใช้เป็น Wedding Bear นี่แหละ จับคู่กับน้องสาว (ตุ๊กตาโมโมโกะของเรา เพิ่งได้มาหมาด ๆ จากญี่ปุ่น)เป็นเค้กสีขาว 7 ชั้น แต่งด้วยดอกไม้สีแดง ด้านล่างเป็นเค้กวนิลา (ของจริงสำหรับตัดเสิร์ฟ) ปกติเค้กแต่งงานจะหวาน ๆ แข็ง ๆ ไม่ค่อยอร่อย แต่เค้กก้อนนี้มีแต่คนชมค่ะ (บ่าวสาวไม่ได้ชิมเลย) ต้องยกความดีให้ทางเชอราตันละนะPresentation : Short Film อลวนรัก นักสืบสาว (ตั้งชื่อเองหมาด ๆ ให้เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น – ฮา)พรีเซนต์เปิดตัวที่ขอให้เพื่อนผู้กำกับ (อดีตเพื่อนช่างภาพที่ทำงาน) ซึ่งไปเรียนต่อโท ภาควิชาภาพยนตร์ที่ ม.วาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ช่วยถ่าย+ตัดต่อให้ค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะทำหนังสั้น เล่าชีวิตสมัยมหาลัยฯ ของบ่าว-สาว ที่เดินสวนกันไปสวนกันมา แต่ไม่เคยเจอกัน แต่พอมาคุยเรื่องภาพ+วิธีการถ่ายทำแล้ว มันจะยากมาก (ไม่นับเรื่องต้องขออนุญาตเข้าไปถ่ายในมหาลัยฯ) สุดท้ายเลยล้ม Story board มานั่งคุยกันใหม่ ทำเป็นหนังสั้นที่ไม่เกี่ยวกับชีวิตจริงไปเลย เอาหนังเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคุยกัน ออกมาเป็นพล็อตหนังฟิล์มนัวร์ เรื่องราวของนักสืบสาวกับผู้จ้างวาน ที่มาจ้างให้เธอตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะพิเศษหลาย ๆ อย่างงานนี้ทำเสร็จด้วยฝีมือคน 3 คน คือ ผู้กำกับ (ถ่ายภาพ + ตัดต่อ + ใส่เสียงด้วย), เจ้าบ่าว (ฝ่ายสถานที่ + อุปกรณ์) และเจ้าสาว (คนเขียนบทร่วม + คอสตูม + เมคอัพ (ตัวเอง) ตัดต่อเสร็จแล้วมานั่งคุยกันอีกที “เฮ้ย…มันแนวมากเลยนะเนี่ย คนดูจะรู้เรื่องไหม” ปรากฏว่าส่วนใหญ่รู้เรื่องค่ะ แต่ผู้ใหญ่จะงง ๆ นิดหน่อย เพราะมันไม่เหมือนพรีเซนเทชั่นที่เห็นบ่อย ๆ (ได้ยินคำเปรย ๆ ว่า หนุ่มสาวเดี๋ยวนี้เขาทำอะไรแปลก ๆ กันดีนะ) แต่เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ชอบค่ะ – – ถือว่าเสมอตัวละมั้งผลพลอยได้ คือ เพื่อนผู้กำกับติดใจโลเกชั่นโฮมออฟฟิศของเจ้าบ่าว เลยมาถ่ายหนังสั้นอีกเรื่อง (ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องแรกเลย) กะจะทำเป็นหนังสั้นไตรภาค ฉายในงานเทศกาลหนังปีหน้าค่ะ ไว้ถ้าได้ฉายแล้ว จะเอาหนังสั้นของเรามาให้ชมแบบเต็ม ๆ นะคะหลังจากนั้นก็เปิดตัวบ่าว-สาวเข้างานค่ะSong : เส้นทางนี้ โดย เจี๊ยบ วรรธนา เพลงโปรดเจ้าสาว ชอบมาตั้งนานแล้ว เลยตั้งใจใส่มาเป็นเพลงเปิดตัว รู้สึกว่าจังหวะเข้ากับการเดิน และเข้ากับบุคลิกของคู่เราด้วย คือ ไม่หวานเจี๊ยบ เน้นน่ารัก + สบาย ๆ มากกว่าแอบเขินนิดหน่อย เลยติดรูปตอนกำลังก้มหน้า หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสั้น (อธิบายที่มาที่ไป – เผื่อแขกไม่เข้าใจ) แล้วก็เข้าสู่พิธีการค่ะ เชิญประธานในพิธีขึ้นมาสวมมาลัย กล่าวอวยพร แล้วดื่มอวยพรค่ะ (อย่าลืมเตรียมเพลงมหาฤกษ์มาด้วยนะคะ บางโรงแรมอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ เราใส่รวมมากับซีดีเพลงที่ใช้เปิดในพิธีเลยค่ะ)(Note: งานนี้เจ้าสาวอาจจะมีอาการ “ซึ้ง” จนน้ำตาไหลได้ ไม่ว่าคุณจะใจแข็งแค่ไหน ก็แนะนำว่าให้เตรียมผ้าเช็ดหน้า หรือทิชชู่ใส่กระเป๋าสูทเจ้าบ่าวไว้ ปลอดภัยที่สุดค่ะ ของเรากะว่ายังไง๊ยังไงก็คงไม่ร้อง ปรากฏตอนขอบคุณแม่นี่ทนไม่ไหว น้ำตาไหล – – น้ำตาไม่ไหลเปล่า เราร้องไห้แล้วน้ำมูกมันตามมาด้วยนี่สิ ต้องกลั้นแทบแย่ ดีนะถ่ายรูปออกมาแล้วไม่ติด (-__-! )Song: ครึ่งหนึ่ง ของ มูซู เพลงโปรดเจ้าบ่าวค่ะ (แบ่งกันคนละเพลง) เป็นเพลงที่เขาเปิดตอนสารภาพรักด้วย ^^// เพลงนี้ยาวใช้ได้เลย ตอนแรกกลัวว่าเพลงจะจบก่อนตัดเค้กไปให้แขกผู้ใหญ่กับพ่อแม่สองฝ่าย แต่ปรากฏว่าเพลงจบกำลังพอดี กลับมาบนเวทีเลยและแล้วก็มาถึงเวลาที่สาว ๆ ทุกคนรอคอย เจ้าสาวจะโยนดอกไม้แล้วจ้า พิธีกร (โสด) ทั้งสองคนขอตัวลงไปรอรับดอกไม้ บ่าว-สาวเลยถือไมค์แทน ด้วยความที่รีเควสเยอะจากหลายฝ่าย เราเลยขอให้ทางโรงแรมแบ่งช่อดอกไม้เป็นช่อเล็ก 3 ช่อ ไปกระจายออกกลางอากาศค่ะ ติดตรงที่เจ้าสาวโยนเบาไปหน่อย (ตอนนั้นกลัวดอกไม้จะปลิวไปตกลงโต๊ะจีน) + ช่อดอกไม้หนัก มันเลยตกอยู่แถวหน้าหมดเลย (ข้างหลังบ่นเซ็ง ^^!)โยนดอกไม้เสร็จก็จบพิธีการค่ะ บ่าวสาวลงจากเวที ไปเดินทักทายแขกตามโต๊ะ แอบแถมเพลงลงจากเวที กันและกัน จากหนังเรื่อง รักแห่งสยาม อันนี้ก็เพลงโปรดค่ะ แต่ไม่ได้ใส่ไว้ในสคริป แค่ใส่ไว้ในลิสต์เพลง แต่น้องเจ้าสาว (คนคุมคิว) เปิดให้อย่างรู้ใจ ตอนเราได้ยินนี่ยิ้มเลยถ่ายกับบรรยากาศภายในงานสักเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เป็นช่วงรอส่งแขกกลับค่ะ พอหมดพิธีการ แขกส่วนหนึ่งก็ทยอยกลับพอดี มีถ่ายภาพเก็บตกสำหรับท่านที่ยังไม่ได้ถ่ายตอนก่อนเริ่มงานอีกนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน ๆ ที่ทยอยกันมา เลยถ่ายไม่ครบทีมงานเริ่มตอน 6 โมงเย็น จบงานประมาณ 4 ทุ่ม เล่นเอาล้าไปเลยเหมือนกัน ต้องจัดการตัวเอง แกะกิ๊บ สระผม ล้างเครื่องสำอาง (อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ล้างเครื่องสำอางไปด้วยนะคะ) กว่าจะเสร็จแทบสลบเหมือด แต่ก็รู้สึกดีใจที่งานซึ่งเราเตรียมตัวมาร่วมครึ่งปีจบลงอย่างสวยงามความจริงงานเราก็ไม่ใช่งานใหญ่อลังการ แต่แค่ทุกอย่างที่ออกมาสมกับความตั้งใจ แขกทุกคนได้กินอิ่ม (และอาหารอร่อยมาก – – แต่บ่าวสาวไม่ได้กิน เพราะเหนื่อยเกิน) พ่อแม่และผู้ใหญ่มีความสุข เพื่อน ๆ ได้เฮฮา เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ สำหรับอีเวนท์ใหญ่ครั้งเดียวในชีวิตรีวิวนี้ขอบคุณคนมาหลายคนละ ก่อนจบขอขอบคุณคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ เจ้าบ่าว (คุณสามี) ที่เตรียมงานมาด้วยกัน เป็นคู่หูช่วยออกความเห็นทุกอย่าง และที่สำคัญให้กำลังใจในวันที่เราเหนื่อย จนวันนี้แต่งงานกันมาได้หลายเดือนแล้ว ก็ยังดูแลเรามากขึ้น และดีขึ้นทุกวันๆ ขอบคุณมากนะคะ

READ  [Update] คอนโดมิเนียม ใกล้รถไฟฟ้า MRT บางหว้า โครงการคุณภาพ โดยบริษัท ศุภาลัย | โอบ ราชพฤกษ์ - Sambeauty


Wedding Inspiration EP.20 [SIRENA ร้านรองเท้าเจ้าสาว]


Wedding Inspiration EP.20 [SIRENA ร้านรองเท้าเจ้าสาว]รายการที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในวงการสายเว็ดดิ้ง และที่พลาดไม่ได้เลยกับบ่าวสาวที่มีแพลนจะแต่งงาน เพราะผมจะพาทุกท่านไปพบกับทุกเรื่องราวเกี่ยวกับวงการเว็ดดิ้งแบบ exclusive
ติดตามรายการได้ที่
Youtube : Wedding Inspiration
Facebook : รายการ Weddding Inspiration
ติดต่อโฆษณา 0984958549
รับผลิตรายการ โฆษณา MV และ งานโปรดักชั่น งานวีดีโอ ทุกชนิด 0929364297

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Wedding Inspiration EP.20 [SIRENA ร้านรองเท้าเจ้าสาว]

everyday look✨แต่งหน้าลุคใสๆแบบง่ายๆ 🧸👀 | smileysita


🍼สวัสดีค่าทุกคนนนน ✨😆✨
วันนี้สมายล์มากับคลิปอัพเดทแต่งหน้าeveryday look ver.2021ในแบบของเรานะค้าา👀💗หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ🥺🌷 ขอบคุณค่า :)) 🙈
thanks everyone for watching my video ! 🦋
🕯music ;
Music by spring gang Go Blind
https://www.youtube.com/watch?v=0TaYETuWnEs\u0026t=12s

🌻Follow me ; ig smileysita 💛
https://www.instagram.com/smileysita/
everydaymakeup everydaylook แต่งหน้าใสๆ

everyday look✨แต่งหน้าลุคใสๆแบบง่ายๆ 🧸👀 | smileysita

สอนแต่งตาให้สวย มีเสน่ห์ แบบสับ แบบละเอียด แต่งตามแล้วสวยปังแน่นอน!! | Soundtiss


No sponsor
𝐂𝐨𝐧𝐭𝐚𝐜𝐭𝐥𝐞𝐧𝐬 : https://instagram.com/minradalenses?utm_medium=copy_link
𝐄𝐲𝐞𝐬𝐡𝐚𝐝𝐨𝐰 : Meilinda into The Moon Eye Palette MC 3107 No.05 Sweet Moment
Merrez’ca Pearl Pigment Eyeshadow No.3 Cherry Red,

Kiko Milano Long Lasting Eyeshdow Stick 8 Hours NoTransfer No.53

𝐄𝐲𝐞𝐥𝐢𝐧𝐞𝐫 : Meilinda Xs Slim Eyeliner Mc 3104 No.1 True Black, Kate Tokyo Super Sharp Liner Pencil
Chaonang LongLasting Waterproof Eyeliner
𝐌𝐚𝐬𝐜𝐚𝐫𝐚 : Maybelline New York Hypercurl Mascara Waterproof
𝐄𝐲𝐞𝐥𝐚𝐬𝐡𝐞𝐬 : Nongchat by Bohktoh No.Natural Signature 01
𝐆𝐥𝐢𝐭𝐭𝐞𝐫 : Holika Holika Eye Spanglitter No. 01 Candy Parts
𝐃𝐨𝐮𝐛𝐥𝐞 𝐄𝐲𝐞𝐥𝐢𝐝 : Bohktoh Blink Double Eyelid Self Adhesive Mesh Size S

𝙄𝙣𝙨𝙩𝙖𝙜𝙧𝙖𝙢 : https://www.instagram.com/soundtiss/\r
𝙔𝙤𝙪𝙩𝙪𝙗𝙚 : https://www.youtube.com/channel/UCCldsWVZASG7g0a29Nqlwjw\r
𝙁𝙖𝙣𝙥𝙖𝙜𝙚 : https://www.facebook.com/Soundtissmakeup

สอนแต่งตาให้สวย มีเสน่ห์ แบบสับ แบบละเอียด แต่งตามแล้วสวยปังแน่นอน!! | Soundtiss

(4/4) ตลาดเช้าเล่าเรื่อง | #เช้าช้อปปิ้ง สนุกกับรองเท้าที่เป็นคุณ #SIRENA | 13 ก.พ. 62


วาไรตี้ ยามเช้า ที่มีความสดใหม่ ทันสมัย ดูสบาย เป็นเหมือนเพื่อนประจำบ้านของทุกครอบครัว ครบครันเรื่องราวทั้งสาระ บันเทิง แง่คิด คัดสรรทุกเคล็ดลับสุขภาพ ความสวยความงาม อาหารการกิน ทุกวันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 08.00 – 09.00 น. ทาง MCOT Family 14

(4/4) ตลาดเช้าเล่าเรื่อง | #เช้าช้อปปิ้ง สนุกกับรองเท้าที่เป็นคุณ #SIRENA | 13 ก.พ. 62

เห่อแกะกล่อง รองเท้าใหม่ 5 คู่ เหมือนคนเสียสติ SIRENA SHOES UNBOXING | JOSSY BERRY


ข้อมูลเพิ่มเติม Sirena Shoes
Website : https://www.sirenashoes.com
IG : https://www.instagram.com/sirena_2001/?hl=th
sirenashoes shoesaccesories คู่เดียวเอาอยู่ ทุกลุคทุกสไตล์ คู่เดียวเฉี่ยวทุกสไตล์
Follow me
IG Babejossy
Facebook Jossy Berry
For work 0959634790
Line ID jossyberry (ใช้สำหรับติดต่องานเท่านั้นค่ะ)
Disclaimer ‣ This video is sponsored by SIRENA SHOES.

เห่อแกะกล่อง รองเท้าใหม่ 5 คู่ เหมือนคนเสียสติ SIRENA SHOES UNBOXING | JOSSY BERRY

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wedding

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ รองเท้า เจ้าสาว sirena

Nguyễn Huệ

Xin chào các bạn mình tên là Nguyễn Huệ, website này do mình tạo ra với mục đích chia sẻ những kiến thức liên quan đến làm đẹp, trang điểm... Rất mong những thông tin do mình cung cấp mang lại nhiều giá trị cho bạn. Xin chân thành cảm ơn

Related Articles

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button